เกริ่นเรื่องของ "หัวใจดวงใหม่" ไว้นานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสเขียนสักทีครับ
แต่ความสัมพันธ์ที่ผมมี กับ "หัวใจดวงใหม่" ของผม ก็กำลังไปเรื่อยๆ เช่นกัน
วันก่อน มีโอกาสได้คุยกับเธอ เธอถามถึงงานอดิเรกของผม ผมเลยเล่าให้ฟังว่าผมเขียนบล็อกด้วย (ก็คือที่นี่นี่แหล่ะ) แต่ไม่สามารถแสดงที่นี่ให้เธอเห็นได้ (แสดงไปก็รถไฟชนกันเปล่าๆครับ เหอะๆ)
เพราะกว่าจะทำให้เธอเชื่อได้ว่าผมกับ "เธอคนนั้น" ไม่มีอะไรกันมากกว่าเพื่อน (หรือคนใช้ กับคนถูกหลอกใช้) ก็ใช้เวลานานมากๆ เพราะครั้งที่ผมไปเดินซอยละลายทรัพย์กับ "เธอคนนั้น" ขากลับก็มาเจอเธอนี่แหล่ะ เธอเลยใช้สรรพนามแทน "เธอคนนั้นว่า" "แฟนพี่" ไปเลย เหอะๆ
ผมลองมาค้นๆ เรื่อง "ตาลของผม" ซึ่งเป็นเรื่องแรกที่ผมเขียนขึ้น เพราะตอนนั้นเคยไปจีบคนๆนึง (ขอสงวนนามไว้ แต่ชื่อย่อ ก. เพื่อกันสัีบสน เพราะตัวละครหญิงในหัวข้อนี้เยอะเหลือเกิน) เมื่อครั้งเข้าเรียนที่เกษตรปีแรก เทอมแรก และไม่กี่วันแรก ก็แห้วไปอย่างรวดเร็ว เพราะ ก. คนนี้แหล่ะครับ ดันไปชอบรุ่นน้องโรงเรียนผม (ที่เอ็นท์ติดเข้ามาพร้อมกัน) การที่ผมไปจีบเธอ เลยเหมือนเป็นการไปเร่งปฏิกิริยาให้ทั้งสองคนคบกันเร็วขึ้น (เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ยังมีโอกาสเจอ ก. เดินอยู่สีลมอยู่เลย แต่เดาว่าคงจำผมไม่ได้ เลยไม่ได้ทัก)
แต่จริงๆ "ตาลของผม" ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวกับ ก. เลยสักนิด เพียงแต่ตอนนั้นอยากเขียนอะไรสักเรื่องขึ้นมา เพื่อให้ไม่คิดมาก(มั้ง) เอาเป็นว่า เรื่อง "ตาลของผม" ก็เกิดมาด้วยประการละฉะนี้แล
ผมพยายามค้นหา "ตาลของผม" จากในเครื่องของผมเอง แต่ก็หาไม่เจอสักทีครับ คงเพราะมันเดี้ยงไปกับ HDD ตัวเก่าของผมแล้วแน่ๆ ไม่รู้จะไปค้นมาจากไหนดี เพราะแผ่นแบ็คอัพที่บ้าน ถ้าจะหาจริงๆ มันต้องไม่เจอแน่ๆเลย
จนท้ายสุดก็ลองพึ่ง google นี่แหล่ะครับ โชคดีมาก ที่กลุ่มที่ผมอยู่ ตอนเรียนปีแรก มีรุ่นพี่ (แต่จริงๆ ก็เพื่อนแหล่ะ เพราะเอ็นท์ติด ม.5 อ่ะ) ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานโปรแกรมเมอร์ยุคแรกของ pantip.com ได้แนะนำให้ผมเอาเรื่องที่เขียนนี้ไปลงห้อง "ถนนนักเขียน" แล้วก็มีคนมาเอาเรื่องในนี้ ไปลงในเว็บของเขาเอง (บน geocities ซึ่งโชคดีมากว่ามันยังไม่ถูกลบไปครับ) เลยได้เป็น "ตาลของผม" ฉบับดั้งเดิมที่สุด เท่าที่จะยังมีเหลืออยู่มาให้อ่านกัน
มานั่งอ่านๆ เพื่อตัดย่อหน้าลงในเว็บบอร์ดที่ผมเข้าประจำ เลยมีโอกาสได้อ่านสำนวนตัวเองเมื่อสิบปีก่อน บางอันอ่านแล้วก็ขำตัวเองเหมือนกัน แต่ยังไงก็ตาม หลังจากผมอ่านจบแล้ว ก็เป็นเหมือนกับว่าได้พบ "เพื่อนเก่า" ของผมคนนึง ที่หายจากกันไปนาน (หรือมันข้ามเวลากลับมาหาผมหว่า เพราะตอนนี้ ผมแก่ขึ้นไป 10 ปี แต่มันไม่ได้แก่ขึ้นเลย)
ตัวเอกของเรื่อง ทศ เป็นชื่อของรุ่นน้องผมคนนึงในกลุ่ม 1 นี่แหล่ะ และหลังๆ เวลาผมเขียนเรื่องสั้น ถ้าผมไม่ได้ใช้ตัวเอกชื่อ "เอก" (ซึ่งมาจากพยางค์หน้าของชื่อเก่าผม) ก็จะเป็น ทศ นี่แหล่ะครับ
นางเอกของเรื่อง ตาล ผมใช้แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว เพราะหลังจากนั้น นางเอกของผมก็กลายเป็น "อร" ไปซะทุกเรื่องเลย ชื่อของตาล มาจากผู้หญิงคนนึง ที่ผมเคยคุย ytalk หรือ ntalk ด้วยนี่แหล่ะ เธอเรียนที่ม.กรุงเทพ ตามประสาคนที่จีบๆ กันครับ ผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวดูหนังกับเธอที่สยาม 2-3 ครั้ง (เธอเป็นอิสลาม จำไม่ได้แล้วว่าทำไม หลังจากที่เจอกัน 2-3 ครั้งแล้วถึงไม่ได้เจอกันอีก) เป็นครั้งแรกเลยมั้ง ที่ผมมีโอกาสได้ซื้อ "ต่างหู" ให้กับผู้หญิง เป็นของขวัญในการเจอกันครั้งแรก
ไหนๆ ว่ากันถึงตาลแล้ว จะไม่พูดถึง อร ก็ยังไงอยู่
ชื่อ "อร" นี่ มาจากเพื่อนในภาคของผมคนนึง ที่ผมแอบชอบ เมื่อตอนเรียนปีสาม (แต่ก็ไม่ได้ลงมือจีบแบบจริงๆ จังๆ เพราะรู้ว่าแห้วแน่ๆ เพราะเธอไม่เคยสนใจผมเลย เธอมีแฟนไปตอนปีสี่ และมาถึงตอนนี้ ก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ที่ไม่ได้จีบเธอในตอนนั้น เพราะรู้สึกว่าความเป็นเพื่อน มันยืนยาวกว่าการเป็นแฟน) ชื่อของอร จึงเอาตัวอักษรมาจากอักษรตัวหน้าของเธอ
อรมีโอกาสได้ปรากฏตัวบนงานเขียนของผมเรื่องแรก ในตอนที่เอาเพื่อนๆ cpe 11 มาเป็นตัวละครในเรื่องสั้นขนาดยาวเรื่องนึง (อิงเนื้อเรื่องมาจาก the fifth element ซึ่งเขียนไม่จบ) แต่ตัวของอรกับเอก ก็มีบทบาทในเรื่องนี้พอควร
เล่ามาซะนาน ยังไงด้านล่างต่อจากนี้ จะเป็นส่วนของ "ตาลของผม" ซึ่งใครยังไม่ได้่อ่าน ก็ลองอ่านดูนะครับ เรื่องนี้ ผมเขียนโดยตั้งใจจะให้ตอนจบเป็นลักษณะปลายเปิด คือปล่อยให้ผู้อ่านไปคิดเอาเองว่าตอนจบของเรื่องเป็นยังไง ฉากของเรื่อง คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กลุ่ม1 (Global One)
ตาลของผม?
โดย :ekbee
[13 ก.ย. 2541 01:52:41]
แม้ว่าวันนี้เป็นวันเปิดเทอมใหม่ของผม แต่ผมก็ไม่ได้ไปเช้าๆอย่างที่คนอื่นๆเขาชอบทำกันหรอก ที่ผมชอบคือการไปเรียนอย่างสม่ำเสมอเท่านั้นเอง มันเป็นนิสัยที่ติดตัวผมมาตั้งแต่ตอนเป็น freshy มีเพียงไอ้การไม่มาเช้า(แต่ก็ไม่สายนะ) นี่แหละที่เพิ่งมาเป็นตอนปี2นี้ ไอ้ที่ว่าพอแก่ตัวแล้วคนเรามักจะขี้เกียจ มันคงใช้กับผมไม่ได้ แต่หลายๆคนอาจสงสัยว่าไม่ขี้เกียจแต่ทำไมไปสาย ก็ตอบง่ายๆครับว่า มีสิ่งที่ผมไม่อยากไปเห็นนั่นเอง
"ตาล" คือสิ่งที่ผมพูดถึงครับ เพราะเธอเป็นคนน่ารัก ผมเดาได้ว่าชื่อของเธอไม่น่าจะมาจาก "น้ำตาล" ที่เป็นชื่อของสีแน่นอน แต่มันคือนิยามของความหวานที่เธอมีต่อผู้พบเห็น ถ้าจะเรียกเธอเป็น "ดาวของวิดวะ" ก็คงไม่มีใครคัดค้านแหละครับ แต่เธอไม่ค่อยที่จะดังในหมู่ผู้ชายในคณะเท่าไหร่ เพราะเธอมีแฟนแล้วนั่นเอง "ชัย" เป็นชื่อของแฟนเธอ หรือเพื่อนของผมที่เข้ามาเป็น freshy ด้วยกัน ทั้งคู่เริ่มจะเรียกกันเป็นแฟนเมื่อช่วง " summer"ที่ผ่านมานี่เอง เพราะ ช่วงนั้นทั้งคู่เรียนด้วยกันตลอด ซึ่งนี่แหละเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผมไม่อยากจะมาเช้า
ที่ใครต่อใครพูดว่า "รักแรกมักไม่สมหวัง" มันคงจะจริง ตลอด 12 ปีของผมตั้งแต่จบอนุบาลมา "เพื่อนผู้หญิง" คือสิ่งหนึ่งที่ผมไม่มีเป็นของตัวเอง เมื่อย่างเข้าปีที่13 ผมก็ได้มีเพื่อนหญิงของตัวเอง อย่างว่านะครับคนเรามักจะไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ คราวนี้ผมก็อยากมี "แฟน" เป็นของตัวเอง ตาลเป็นคนแรกใน "กลุ่มหนึ่ง" ที่ผมเล็งไว้ ตั้งแต่วันแรกพบจนกระทั่งวันนี้ เธอก็ยังอยู่ในใจผมเสมอมา ด้วยความหวังที่ว่า "หากเป็นเนื้อคู่กันแล้วไม่แคล้วกัน"
เดือนถัดมาผมรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของทั้งคู่ ทั้งคู่ไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันเช่นแต่ก่อน ผมเองก็ไม่ได้สนใจมาก คิดว่าทั้งคู่เรียนกันคนละ major คงว่างไม่ตรงกัน จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง หลังจากผมเลิกเรียนวิชาในภาคตอน 5โมงกว่าๆ ในกลุ่มไม่มีใครแล้ว นอกจากตาล เธอนั่งอยู่คนเดียว ผมนึกว่าเธอคงจะรอชัยเลยถามเธอไป เธอก็ตอบว่าไม่ใช่ แล้วเธอก็เงียบไป ผมงงมาก เพราะเธอเองไม่เคยเป็นอย่างนี้ ปกติเธอจะเป็นคนที่ชวนคนอื่นคุย แต่วันนี้เธอกลับนิ่งเงียบ
ผมรู้สึกสงสัยและเป็นห่วงเพราะช่วงนี้ไม่มีคนผ่านไปผ่านมา เลยนั่งเป็นเพื่อนเธอ สักพัก เธอก็ร้องไห้ออกมาแล้วก็พูดออกมาว่า
"ทศ ทศว่าตาลไม่ดีตรงไหนเหรอ"
"ตาล เป็นอะไร ไอ้ชัยมันทำอะไรตาลเหรอ" ผมถาม
"เปล่าชัยไม่ได้ทำอะไร แต่ทศบอกตาลหน่อยสิว่าตาลไม่ดีตรงไหนรึเปล่า" เธอย้ำคำถามเดิม
"ไม่ ตาลเป็นคนดีมาก ดีกับเพื่อนๆทุกคน พวกเราทุกคนชอบตาลมากนะ"
"แล้วทำไม ทำไมชัยถึงเลิกกับตาลล่ะ" เธอพูดเพียงแค่นั้น แล้วเธอก็ร้องไห้ต่อ
ไม่มีคำพูดคำใดจากผมและเธอ เราทั้งคู่เงียบไปนาน ผมเอาผ้าเช็ดน้ำตาให้เธอ แล้วก็พาเธอไปส่งบ้าน
บ้านผมไม่ห่างจากบ้านเธอมากนัก แต่เราไม่ได้กลับบ้านด้วยกันหลังจากที่เธอกับชัยเป็นแฟนกันแล้ว
หลังจากนั้นผมไปสืบข่าวของชัย ได้ความว่า มันไปชอบผู้หญิงอีกคนที่คณะมนุษย์ จึงตีตัวออกห่าง ตาลจึงรู้ตัวได้ว่าชัยไม่ชอบเธอแล้ว มันก็เลยเป็นช่วงที่ผมต้องรับหน้าที่เป็นคนดูแล ปลอบใจเธอต่างๆนานา เพื่อให้เธอไม่คิดมาก แล้วผมเองก็พยายามถ่ายทอดความรู้สึกที่ผมมีต่อเธอให้เธอรู้
จนผ่านไปเดือนกว่าๆ ตาลคงทำใจได้แล้ว นอกจากนั้นสิ่งที่ผมหวังเอาไว้ก็เป็นจริง เธอเริ่มจะเข้าใจผมมากขึ้น เราเริ่มที่จะเป็นเงาของกันและกัน ซึ่งตารางเรียนของเราทั้งคู่ก็เป็นใจ เพราะเราเรียนด้วยกันทุกวิชา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตได้ ตาลยังคงคิดถึงชัยอยู่เสมอ บางครั้งทั้งคู่เจอกัน ตาลก็มองชัยด้วยสายตาที่หวังว่า ชัยจะกลับมา ซึ่งผมเองก็ได้แต่นั่งรอมันเงียบๆโดยภาวนาขออย่าให้มันมาถึง
แต่ท้ายที่สุด สิ่งที่ผมกลัวมันก็เป็นจริง ชัยเข้ามาคุยกับผมตอนที่ตาลไม่อยู่ เขาบอกผมว่า อยากจะขอตาลคืน เพราะเขาเองยังรักตาลเสมอ ส่วนไอ้ที่ลือกันตอนนั้น เขาว่ามันไม่จริง ผู้หญิงคนนั้นตามจีบเขาเอง เขาพยายามปฏิเสธ แต่เธอคนนั้นถือไพ่เหนือกว่าเขา พ่อเธอเป็นเจ้านายของพ่อเขา แล้วก็ขู่เขาว่าหากไม่ทำตาม จะให้พ่อเธอไล่พ่อเขาออก ซึ่งเขาเองก็จนปัญญา ต้องทำตาม เขาจึงต้องใช้เวลาทำให้เธอเกลียดเขา แล้วเขาเองก็ไม่มีเวลาที่จะอธิบายให้ตาลฟังด้วย ท้ายที่สุดเมื่อสิ่งที่เขาทำสัมฤิทธิ์ผล เขาจึงกลับมา ก็พบว่าผมกับตาลเริ่มสนิทกันมากขึ้น จึงมาพูดกับผมโดยตรง ทำให้ผมรู้ว่าชัยเป็นคนดีมาก ดีจนผมละอาย เพราะเรื่องที่เขาเล่ามาเป็นความจริงทุกอย่าง ซึ่งเขาจะไม่ ว่าอะไรทั้งนั้นหากผมจะไม่คืนตาลให้ เพราะเขาเองก็ทำผิดต่อเธอมาก
หลังจากวันนั้นความคิดทั้ง 2 อย่างก็วนเวียนอยู่ในหัวของผม ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอย่างไรดี ถ้าผมเล่าทุกอย่างให้เธอฟัง ผมก็จะเสียเธอไป หรือไม่ก็เก็บความจริงนี้เอาไว้กับตัวผมเอง เพราะตอนนี้ผมมั่นใจว่า เธอลืมเขาไปได้เยอะแล้ว และ กำลังจะเริ่มต้นใหม่กับผม ตามจริงผมควรจะเลือกอย่างหลัง แต่ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะทำให้เธอมีความสุขเช่นเดียวกับที่เขาให้เธอได้หรือไม่
ท้ายที่สุดสิ่งเหล่านั้นก็หมดไปจากใจผม มันจบลงได้เพราะผมจำได้ดีถึงคำพูดประโยคหนึ่งที่เธอพูดกับผม "ทศ ทศเป็นคนดีนะ ถ้าตาลเป็นแฟนทศนี่ตาลคงจะดีใจมากเลย" นั่นแหละ แม้ว่าคำว่า "คนดี" กับ "ตาลเป็นแฟนทศ" มันจะขัดกันสำหรับตัวผม แต่มันก็ทำให้ผมรู้ว่า ตัวเองควรทำเช่นไร ซึ่งผมเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
ผมไม่เคยนึกเสียใจในสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้าเป็นคุณล่ะครับ คุณจะทำอย่างผมรึเปล่า?
Wednesday, June 27, 2007
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment