<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-5249413055652597686</id><updated>2012-02-17T10:47:45.821+07:00</updated><title type='text'>The one whose heart is black</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>blackheart</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15177066885377680263</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>13</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5249413055652597686.post-1471532342335812458</id><published>2007-10-10T21:38:00.001+07:00</published><updated>2007-10-10T21:38:23.557+07:00</updated><title type='text'>ผมมันเลว เห็นแก่ตัว และเอาแต่ได้</title><content type='html'>สำหรับเรื่อง "จุดเริ่มต้นของหัวใจดวงใหม่" ตั้งแต่จั่วหัวเรื่องไว้ จนวันนี้ ก็ยังไม่มีโอกาสได้แต่งเติมเรื่องสักที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาถึงวันนี้ คิดว่าผมคงไม่ต้องไปเพิ่มเติมอะไรแล้วล่ะครับ เพราะตอนนี้ ความรู้สึกของผม กลายเป็น "ถอย" ออกมาแล้วดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถามว่าทำไมผมถึงเลือกทางนี้ อาจจะเพราะตัวผมเองเป็นคนที่ไม่มีน้ำอดน้ำทน ไม่พยายาม ก็ว่าได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องของ "เธอ" ซึ่งผมขอเรียกเธอว่า ส้ม ก็แล้วกันครับ แต่ออกตัวไว้ก่อนว่า ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคนชื่อ "ส้ม" นะครับ แค่นามสมมุติอ่ะ ถ้าใครสนิทกะผมหน่อย จะรู้ว่าผมชอบผู้หญิงชื่อนี้ อย่าง "พี่ส้ม" ที่เคยใช้เรียกพี่คนนึง ที่ที่ทำงานเก่าก็เช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเอง เป็นคนเห็นแก่ตัว และเอาแต่ได้อย่างร้ายกาจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงก่อนนี้ ที่ผมเริ่มมาคุยกับ "ส้ม" ผมรู้สึกดีด้วยในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตอบสนองที่เธอมีให้ทุกๆ ครั้ง เมื่อผมติดต่อไป หรือ SMS ไป (เธอจะตอบกลับมาเกือบทุกครั้ง หรือโทรไป ถ้าไม่ได้รับสาย จะโทรกลับตลอด) ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมเริ่มที่จะสนิทกับเธอมากขึ้นๆ จากเดิมที่เน้นส่งข้อความ ก็กลายเป็นโทรศัพท์ไปหาเธอแทน และแน่นอน เมื่อโทรไปบ่อยๆ ระยะเวลาในการคุยกันก็เริ่มยาวขึ้นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมรู้ตัวผมเอง ว่าผมเป็นคนที่คุยไม่เก่ง และไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชมของสาวๆ เท่าไหร่ ผมไม่ใช่คนที่รวยอารมณ์ขันนัก และออกจะเป็นคนที่ค่อนข้างแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจนมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อความในส่วนหลังจากนี้ไป ผมขอบอกตรงๆเลยว่า เป็นส่วนที่แสดงความ "เห็นแก่ตัว" ของผมออกมาอย่างที่ผมไม่ปิดบัง มันทำให้ผมตัดสินใจว่าจะเลิกที่จะตามส้ม ต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับส้ม ขอเกริ่นกันเล็กน้อย เธอเป็นผู้หญิงในแบบที่ "อยู่ได้ด้วยตัวเอง" ไม่จำเป็นต้องพึ่งคนอื่น แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ที่เธออยู่ได้ด้วยตัวเองแบบนี้ เป็นเพราะว่าเธอไม่เคยมีคนที่ถูกใจ หรือเพราะไม่มีใครมายุ่งกับเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมคุยกับเธออยู่ทุกวัน ทักเธอทุกวัน เนื่องจากทางเดินเข้าไปทำงาน ผมจะต้องผ่านไปทางที่เธอนั่งอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เรื่องของของกิน&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ผมเอง จีบหญิงก็ไม่เก่ง เน้นได้แค่ว่าซื้อของฝากเขากินบ่อย ก็เท่านั้นครับ แต่หลังๆ ของกินต่างๆ ผมแทบไม่ได้ซื้อฝากเธอแล้ว สาเหตุมาจากว่ามีอยู่วันนึง ผมซื้อขนมปังเนยสดฝากเธอ ผมซื้อมาทั้งหมด หลายถุงมาก เพราะคิดว่าที่บ้านผมจะช่วยกิน แต่ลงท้าย ไม่มีใครช่วย กลายเป็นว่าผมกินไปเยอะมาก :( (จริงๆ กิน มันก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ ถ้ากินแล้วไม่อ้วนน่ะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขนมปังเจ้ากรรมถุงนี้ กลายเป็นชนวนทำให้ความอยากที่จะเอาของฝากเธอ หมดไปเลย เนื่องจากว่าวันนั้น ผมก็ให้เธอไป เธอกินไปชิ้นเดียว ส่วนที่เหลือ เธอก็ให้เพื่อนที่นั่งข้างๆ เธอกิน ซึ่งเพื่อนเธอ กินไปชิ้นเดียวมั้ง แล้วก็เอามาโยนให้ผมกินต่อ ที่จริง เรื่องมันก็ดูไม่มีอะไร แต่ท่าทางของเพื่อนเธอ ตอนที่เอามาให้ผมกิน เหมือนกับว่าขนมปังนั้น มันน่ารังเกียจมาก แบบนั้นเลย แบบว่า "พี่ก็กินไปสิ ไม่ต้องเอากลับมานะ ไม่กินแล้ว"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แบบว่า จริงๆ มันก็เป็นเรื่องปกติของคนเรา อะไรก็ตามที่ไม่เอา ก็พยายามที่จะให้คนอื่นไป ปัดให้พ้นๆ ตัวไป พอของอะไรที่ดีๆ หรือว่าตัวเองชอบ ก็กินแบบไม่เคยที่จะคิดเผื่อคนอื่น ในจุดนี้ จริงๆ ส้มไม่ผิดแต่ประการใด แต่ผมก็ตัดสินใจเลิกที่จะซื้อของมาให้ส้มกินแล้ว เพราะถ้าของที่ผมซื้อมา เธอกินไม่หมด ก็คงมิแคล้วที่จะกลับมาหาผม หรือไม่งั้นก็คงผ่านมาทางเพื่อนเธออีก ซึ่งบอกตรงๆ ว่า รับไม่ได้ครับ เจอไปวันนั้นทีนึงนี่ หมดเลยจริงๆ ไม่ใช่ว่าผมเสียดายในของที่ให้ไปนะ แต่ให้ไปแล้วเจอแบบนี้ เซ็งครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ เป็นเรื่องของของกินอีกเรื่อง ที่ผมรู้สึกเศร้า เกี่ยวกับพฤติกรรมของส้ม ปกติแล้ว ตอนที่ผมจะไปซื้อของกิน ผมมักจะถามเธอว่า เอาอะไรบ้างไหม แต่ครั้นเมื่อพี่ที่นั่งข้างๆ ชวนเธอไปซื้อของกิน หรือซื้ออะไร เธอก็ไปโดยที่ไม่เคยแม้แต่จะ "สนใจ" ว่าผมจะอยากกินอะไรบ้างไหม  หลังๆ ผมก็เลยไม่เคยถาม ว่าเธออยากกินอะไรบ้างไหม มีอารมณ์ อยากซื้อมาฝากเธอก็ซื้อ และพยายามที่จะไม่สนใจแล้วว่าที่ฝากไป เธอกินหรือไม่กิน ที่เขียนตรงนี้ ไม่ใช่เพราะว่าผมงก อยากได้ของกินจากเธอแต่ประการใด แค่รู้สึกว่า อยากให้เธอถามผมบ้างก็พอแล้ว เพราะอย่างน้อย ทุกครั้งผมจะถามเธอ ผมไม่เคยอยากได้ของอะไรจากเธอ แต่แบบนี้เจอเข้าไปก็ซึ้งพอควรครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอเคยซื้อของกินมาฝากผมครั้งนึง โดยไม่มีสาเหตุอื่นใด (ตอนนั้นก็ดีใจนะเอ้า) แล้วก็หายไปเลย จนกระทั่งช่วงหลังๆ จะมีของมาฝากผมบ่อยขึ้น โดยทุกครั้งเธอบอกว่า ที่เอามาฝาก เพราะถือว่าเป็นค่า "เช่า" ของที่ผมให้เธอยืมไป ซึ่งผมไม่คิดอะไรมากกับของที่ให้เธอยืมไปหรอก เพราะเก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้ สู้ไปอยู่กะคนที่ทำประโยชน์ก็คงดีกว่า แต่หลังๆ ผมก็รู้สึกว่าที่เธอเอาของมาฝากผมนั้น มันก็เป็นเพียงแค่ "ค่าเช่า" จริงๆ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เรื่องการปฏิบัติตัว&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;แม้จะมีโอกาสได้คุยโทรศัพท์กับเธอบ่อยๆ แต่สิ่งที่ต้องการมากกว่า คือการที่ได้คุยกันต่อหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่นั่นแหล่ะครับ ที่ทำให้ผมรู้สึกเศร้าในใจ เพราะเกือบทุกครั้ง ที่มีโอกาสได้กินข้าวร่วมกับเธอ เธอมักจะนั่งในจุดที่ผมไม่สามารถเข้าไปนั่งด้วยได้ เพราะเธอมักจะนั่งด้านในสุด (เพราะเธอมักจะเดินไปก่อนคนอื่น) รวมไปถึงทุกครั้งที่มีการอบรม หรืออื่นๆ ไม่รู้ว่าเพราะนิสัยที่เธอชอบเดินไปก่อนคนอื่น หรือเพราะต้องการจะกันไม่ให้ผมเข้าไปยุ่งกันแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาเธอกลับบ้าน หากเธอเดินผ่านผมมา เธอก็จะบ๋ายบายผมทุกครั้ง มันก็เป็นแรงใจ ให้ผมยกโทรศัพท์โทรไปหาเธอได้ ในช่วงเวลาที่เธอถึงบ้านแล้ว แต่ช่วงหลังๆ ด้วยสาเหตุหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องคนในทีมชอบแซวเธอกับ user ของเธอ มันก็ทำให้ผมเริ่มที่จะถอยตัวเองออกมา ไม่มองเธอ ไม่โทรไปหาเธอ อย่างที่เคยทำมาก่อนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนตอนนี้ การปฏิบัติตัวของเธอต่อผม มันก็ทำให้ผมถอยเช่นกัน ในช่วงหลังๆ อย่างเช่นที่ผมเจอมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อวันก่อน ผมมีโอกาสได้ไปอบรมที่โรงแรม เป็นธรรมดาที่เธอจะอยู่กับเพื่อนกลุ่มผู้หญิง พอขากลับ ผมต้องติดรถไปกับน้องอีกคน เพื่อกลับมาที่ทำงาน ผม เธอ น้องคนนั้นเดินมาด้วยกัน ตอนเธอที่ต้องแยกกัน เธอก็หันไปบอกกับน้องคนนั้นว่าเธอกลับ แล้วเธอก็ไปเลย โดยไม่ได้สนใจผมแม้แต่น้อย ว่าผมรอบายเธออยู่เหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือแม้แต่เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา วันนี้เธออยู่ทำงานค่ำมากๆ จนกระทั่งเธอจะกลับ เนื่องด้วยมันดึกแล้ว เธอก็เลยรอคนอื่นๆ ให้ลงไปพร้อมกันกับเธอ เนื่องด้วยคนอื่นๆ เก็บของกันช้า แต่เธอเก็บเสร็จแล้ว มองๆไป ผมกะจะอาสาไปส่งเธอก่อน (เพราะรอคนอื่นๆ ท่าจะนาน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอก็เดินหิ้วกระเป๋า ไปนั่งคุยกับเพื่อนผม (ผู้ชาย) ที่โต๊ะเขาซะงั้น ดูหยอกล้อกันสนิทดี (เพราะเพื่อนผมมันรวยอารมณ์ขัน เล่นได้) ผมเลยเลิกความคิดที่จะอาสาไปส่งเธอ เลิกความคิดที่จะกลับพร้อมเธอเลย กะผม ผมต้องเดินเข้าไปคุย แต่กะคนอื่น เธอก็เดินไปคุยได้ ไปรอ โดยไม่ได้ใยดีผมเลยแม้แต่น้อย เพราะพอเพื่อนผมมันหิ้วกระเป๋า เตรียมออกมา เธอก็หิ้วกระเป๋าเดินออกไปกับเพื่อนผม ไม่ใยดีว่าผมจะตามไปหรือเปล่า (ซึ่งก็ดี เพราะผมไม่อยากจะตามเธอออกไปอยู่แล้วเหมือนกัน ไม่อยากมองหน้าเธอ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายครั้งที่คิดว่าจะล้มเลิก หลายครั้งที่หมดกำลังใจ เพื่อนผมมักจะพูดเสมอว่า อย่าคิดเข้าข้างตัวเอง ซึ่งพอเอาคำมันมาเป็นที่ตั้ง ผมก็รู้สึกได้ ว่าที่ไม่ดีน่ะ ไม่ใช่เธอ แต่เป็นผมเอง ที่หวังอะไรมากเกินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมหวังจะให้เธอถามผมบ้าง ว่าอยากกินอะไรไหม ทั้งๆ ที่จริงๆแล้ว ผมเองก็ไปหาอะไรกินเองได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมหวังจะให้เธอรอผมบ้าง ทั้งๆ ที่ผมเองไม่ได้เป็นคนที่ทำตัวให้เธอหยอกล้อได้แบบเพื่อนผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมหวังในหลายๆ อย่าง ทั้งๆที่ตัวผมไม่เคยทำอะไรให้เธอรู้สึกว่าควรจะให้ผมบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปว่าผมมันเลวไปเองครับ เห็นแก่ตัว และเอาแต่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างว่า ถ้าเรารักใครสักคน มันคงดี ถ้ามองมันเฉยๆ ไม่ทำอะไร แล้วมีความสุข ถ้าหากคนๆนั้นไปได้ดี มิตรภาพจะยืดกว่า เพราะตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่ คนที่ผมสนใจ และพยายามจีบ ก็มีการเลิกคุยกันไปแล้วคนนึง ส่วนอีกคน ผมก็คงมองหน้าไม่ติดเร็วๆนี้ (ทั้งๆที่เธอก็ไม่ได้ทำอะไร เธอเป็นอย่างที่เธอเป็น)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตยังอีกยาวไกล แต่ผมกลับคิดไปแล้วว่า ผมอยากอยู่คนเดียว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5249413055652597686-1471532342335812458?l=blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/feeds/1471532342335812458/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5249413055652597686&amp;postID=1471532342335812458' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/1471532342335812458'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/1471532342335812458'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/2007/10/blog-post.html' title='ผมมันเลว เห็นแก่ตัว และเอาแต่ได้'/><author><name>blackheart</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15177066885377680263</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5249413055652597686.post-2498942430979298466</id><published>2007-10-10T20:43:00.000+07:00</published><updated>2007-10-10T20:43:56.805+07:00</updated><title type='text'>หากคุณต้องออกจากที่ทำงาน ที่ทำมานานเกินครึ่งชีวิต จะทำยังไง?</title><content type='html'>ช่วงเดือนที่ผ่านมา เหมือนอะไรหลายๆ อย่าง รอบตัวผมจะเปลี่ยนไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากตัวเราเอง ลาออกจากที่ทำมาเกือบ 30 ปี ตอนที่ต้องจากกันกับเพื่อนร่วมงาน จะพูดยังไงกับเพื่อนร่วมงาน?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง กับที่บ้านผมเอง คนงานที่บ้านผมคนนึง ที่ทำงานให้ที่บ้านมานานมากๆ ก่อนผมเกิดประมาณ 2 ปี เพิ่งทำงานวันสุดท้ายไปเมื่อสิ้นเดือนกันยาที่ผ่านมา สาเหตุมาจากความไม่พอใจในการทำงาน คือทะเลาะกับแม่ผม ซึ่งเป็นนายจ้างบ่อยนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่มีโอกาสได้คุยกับเจ็กคนนี้เท่าไหร่นัก ตั้งแต่ตัวเองทำงาน ก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกับเขาเท่าไหร่ (แต่ผมก็นับถือเขาเหมือนญาติผู้ใหญ่คนนึง เพราะความที่อยู่กันมานาน เลี้ยงผมมาตั้งแต่เล็กๆ นั่นแหล่ะ) จึงไม่รู้ว่าทางเขาคิดอย่างไร แต่น้องชายผม โทรไปคุยกับเขา เขาก็ไม่ได้พูดอะไรนัก&lt;br /&gt;แต่จากที่คุยกับแม่ แม่เล่าให้ฟังว่าเจ็กคนนี้ น่าจะอิจฉาเด็กที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่ร้านได้ 2 ปีก่อนนั่นเอง แนวๆว่า แม่ผมให้ความสำคัญกับเด็กที่มาใหม่มากกว่า จึงได้พยายามที่จะเรียกร้องความสนใจ ด้วยการทำงานไม่ค่อยดี โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามันจะให้ผลตรงกันข้าม กลายเป็นการมีปากมีเสียงบ่อยขึ้นๆ และลงท้าย ก็ทนไม่ไหว ขอลาออกจากงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทีแรก แม่เสนอให้เขาพักงานเฉยๆ เดือนนึง และได้เงินเดือน แต่เขาไม่ยอม และขออยู่ต่ออีก 1 เดือน ในวันสิ้นเดือนสิงหาคม ทีแรก แม่ก็คุยกับผมแนวๆ ว่า เขาคงยังหาที่ทำงานใหม่ไม่ได้ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ หรอกครับ คนอายุ 40 กว่าๆ เริ่มงานที่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แถมวุฒิการศึกษาของแกก็ไม่สูง เงินเก็บก็ไม่ค่อยมี (เพราะสาเหตุทางบ้าน) มันคงเป็นเรื่องที่ลำบากมาก โดยส่วนตัวแล้ว ไม่อยากให้ออก ถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่อยากให้บ้านเราต้องขาดคนที่รู้จักกันมานานไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนกระทั่ง สิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เจ็กแกตัดสินใจว่า "ออก" ซึ่งแม่ผมก็ไม่ได้ค้านอะไร ด้วยสาเหตุที่รู้ๆกันอยู่ จนกระทั่ง ตอนปิดร้าน&lt;br /&gt;แม่ตั้งใจจะให้เงินก้อน กับเขาไปก้อนนึง เพื่อเอาไปใช้ตั้งตัวในวันที่เขาออกจากงานไป (จริงๆ กะว่าวันนึงที่เลิกทำร้านแล้ว จะให้) แม่รอจังหวะที่เขาจะออกจากบ้านไป รอจังหวะที่เจ็กแกจะมาบอกลา และบอกกล่าวอโหสิกันในเรื่องต่างๆ ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ร่วมงานกันมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ซ่อ อั๊วไปแล้วนะ" แล้วก็หิ้วของออกไป โดยไม่ได้กลับมามองผมและแม่อีกเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แบบว่าอึ้งกันไปตามๆกัน "-_- แม่ไม่แปลกใจ เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนๆนี้ ไม่มีเยื่อใยกับใครหรอก แต่ผมสิ อึ้งไปเลย ไม่คิดว่าคนที่อยู่กันมานานขนาดนี้ ตอนจากกัน จะจากกันไปแบบไม่มีคำพูดใดๆ เลยสักคำ (หรือเพราะอัดอั้นตันใจขนาดหนักก็ไม่รู้ "-_-)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ถือว่าจบเรื่อง ของคนๆหนึ่ง ที่อยู่คู่กับร้าน "สันต์ชัย" มานาน หลังจากนี้ คงจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ เพราะเนื่องจากน้องชายผม ที่กำลังจะกลับมาทำงานที่บ้านพร้อมเตรียมตัวไปเรียนต่อในเดือนหน้า น่าจะสร้างสีสรรใหม่ๆ ให้แก่ร้านของเราครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5249413055652597686-2498942430979298466?l=blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/feeds/2498942430979298466/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5249413055652597686&amp;postID=2498942430979298466' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/2498942430979298466'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/2498942430979298466'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/2007/10/30-2-2-1-40.html' title='หากคุณต้องออกจากที่ทำงาน ที่ทำมานานเกินครึ่งชีวิต จะทำยังไง?'/><author><name>blackheart</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15177066885377680263</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5249413055652597686.post-5520561238636346277</id><published>2007-09-21T22:47:00.000+07:00</published><updated>2007-09-21T22:47:27.363+07:00</updated><title type='text'>วันนี้ที่เธอกลับมา?</title><content type='html'>ห่างหายจากการอัพบล็อกไปนานมากๆ ครับ ไม่ได้หายไปเพราะไม่มีเรื่องจะเขียนนะครับ แต่หายไปเพราะไม่มีเวลาเลย "-_- เดือนก่อนนี้ รับงานจากเพื่อนมาทำ พอพ้นมา ก็กลายเป็นยุ่งเรื่องอื่นๆ ทำให้ไม่มีโอกาสเอาเรื่องมาเล่าเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไหนๆ มีโอกาสได้กลับมา เลยมาขอเริ่มเรื่องของ "เธอ" คนนั้นหน่อยนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อวันอังคารที่ 18 ที่ผ่านมา มีคนโทรสายในเข้ามาหาผม ทีแรกผมคิดว่าเป็น user (กะจะไม่รับ เพราะงานเยอะมากๆ "-_-) แต่พอมองเห็น ตกใจมากๆ ครับ เพราะชื่อมันโชว์ตัวหนังสือที่เป็นตัวย่อชื่อของ "เธอ" นั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมตกใจมากๆ ไม่กล้าที่จะรับสาย พร้อมกับไปปิดโปรแกรมแชท (IM) เพราะกลัวว่าเธอจะแชทมาหาผม ทีแรกบอกให้น้องที่นั่งโต๊ะข้างๆ รับให้ แต่น้องเขาไม่ยอม ประกอบกับสายมันตัดไปพอดี เลยไม่ได้รับไปครับ แต่เธอก็ยังไม่วาย โทรกลับมาหลังจากนั้นไม่นาน ซึ่งผมก็(ทำเป็น)ไปรับไม่ทันตามเคย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาผ่านไป หลัง 5 โมง ผมออนแชทอีกครั้ง เพราะน้องในทีมต้องการจะคุยกับผมผ่านแชท สักพัก เธอ ก็มาครับ ใจความที่คุยกัน เป็นดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอ เบียร์คะ  หายโกรธเค้ารึยังเอ่ย..&lt;br /&gt;ผม ไม่เคยด&lt;br /&gt;ผม ไม่เคยโกรธอะไรหรอกเน้อ&lt;br /&gt;เธอ ง้านโทรมาหาเค้านิดนึงได้มั๊ยคะ  ยุ่งอยู่มะเอ่ย&lt;br /&gt;ผม เดี๋ยวมีประชุมอ่ะ&lt;br /&gt;ผม มีอะไรสำคัญหรือเปล่า&lt;br /&gt;เธอ ป่าวหรอก  ขอโทษที่รบกวนค่ะ&lt;br /&gt;ผม งั้นไว้ค่อยว่ากันนะ เตรียมตัวก่อน&lt;br /&gt;เธอ โอเค Good luck&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมยอมรับด้วยความจริงเลยว่า ผมไม่ได้มีประชุมอะไรหรอกครับ แต่ไม่อยากที่จะคุยกับเธออีก ก่อนหน้านี้ เรามีโอกาสได้เจอกันบ้าง แต่ก็หลับหน้ากันเองตลอด (ถ้าผมเห็นเธอ ผมจะหลบ แต่เธอเห็นผม เธอจะหลบหรือเปล่า อันนี้ผมไม่ทราบได้ แต่มีหลายครั้ง ที่เธอเห็นผม โดยที่ผมไม่เห็นเธอ ซึ่งเธอก็ไม่ได้ทักผม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันถัดมา ผมก็ไม่ได้ออนแชท เพราะต้องการหลบ user ด้วย หลบเธอด้วยนั่นแหล่ะ (แต่อีกใจก็คิดว่าเธอคงไม่ติดต่อผมมาอีก เพราะธุระของเธอ คงจะเรียบร้อยไปแล้วมั้ง จึงไม่ต้องติดต่อมาหาผมอีก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมขอโทษ หากจะบอกว่าผมมองเธอในแง่ที่ไม่ดีนัก คือมองไปว่า เธอคงมีเรื่องอะไรที่มีแค่ผมเท่านั้น ที่ทำให้เธอได้ ในเวลานั้น(มั้ง) เธอถึงติดต่อมาหาผม นอกจากนี้ มันคงเป็นเรื่องอะไรสักเรื่องที่เธอไม่ต้องการพิมพ์ (ไม่งั้นเธอคงเลือกพิมพ์มาหาผมตั้งแต่แรก ไม่จำเป็นต้องโทรมาหรอก) ส่วนเบอร์ของผม มันคงหายไปพร้อมกับตอนที่เครื่องเธอเสียแล้วล่ะครับ (ถ้าจำช่วงวันรับปริญญาได้ ช่วงนั้นมือถือเธอเสีย ผมยังมีเอาไปให้เธอยืมอยู่ช่วงนึงเลย ช่วงนั้นเธอเอาไปซ่อมช่างนอกศูนย์ ก็เป็นมาตรฐานว่าโดนแฟรชเฟิร์มแวร์ไป ข้อมูลข้างในเลยหายหมด ผมคิดว่าเธอคงไม่มีทางจำเบอร์ผมได้แน่ๆ ผมรู้ แต่ผมไม่ได้ให้เบอร์กับเธอไปอีก เพราะเธอไม่ได้ขอผมตรงๆ แต่พูดว่าเบอร์ในเครื่องเธอหายไปหมด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือเธออาจจะต้องการปรับความเข้าใจกับผม (แต่ผมคิดว่ามันเป็นไปได้น้อยมาก ถึงมากที่สุด) แม้มันจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ผมก็คงไม่ต้องการแล้วครับ เพราะผมรอ จนผมเลิกรอไปนานมากแล้ว (ไม่เกี่ยวกับการที่ผมไปจีบคนใหม่นะครับ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ช่างมันเถอะ ทุกอย่างก็ผ่านไปแล้ว แต่ถ้าหากเธอติดต่อผมมาอีก ผมอาจจะลองฟังเธอดูครับ ว่าเธอต้องการอะไร&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5249413055652597686-5520561238636346277?l=blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/feeds/5520561238636346277/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5249413055652597686&amp;postID=5520561238636346277' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/5520561238636346277'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/5520561238636346277'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/2007/09/blog-post.html' title='วันนี้ที่เธอกลับมา?'/><author><name>blackheart</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15177066885377680263</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5249413055652597686.post-7209171350230839694</id><published>2007-07-01T22:51:00.001+07:00</published><updated>2007-07-01T22:51:29.646+07:00</updated><title type='text'>บทส่งท้ายกับเธอ</title><content type='html'>หลังจากวันนั้นมา ผมรู้สึกว่าตัวเองเข้าหน้าเธอไม่ติดอย่างแรง เป็นไปได้ ไม่อยากจะคุยกับเธออีกเลย เหมือนเช่นที่ผ่านๆ มา (กับหลายๆคน ที่เคยทำมาในชีวิต)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรู้สึกเหมือนว่าฟางเส้นสุดท้าย ที่เกี่ยวระหว่างผมกับเธอ มันได้ขาดออกจากกันไปแล้ว โดยที่เธอจะรู้ตัวบ้างไหมนะ ว่าคนที่ตัดมันออกไป ไม่ใช่ใครอื่น เป็นเธอนี่เอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ความจำเป็น ยังทำให้เราต้องเจอกันต่อไป คือผมยังต้องไปเรียนภาษาอังกฤษกับเธออยู่ครับ คืนวันศุกร์ กับกลางวันของวันเสาร์ อาทิตย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา มี forum เรื่องเกี่ยวกับ Security and Control ประจำ quarter ที่สอง ซึ่งพนักงานทุกคน จะต้องเข้าร่วมครับ คราวนี้จัดที่โรงแรม ดิ อิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค ครั้งนี้ ช่างตากจากครั้งก่อน เมื่อเดือนมีนาคมนัก ครั้งนั้น จัดที่โรงแรมคอนราด ออลซีซั่นเพลส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนั้น ผมเพิ่งรู้จักเธอได้ไม่นาน ซึ่งตอนที่พักจากการสัมนา ผมก็มีโอกาสคุยกับเธอ หยิบขนมให้เธอกิน มีความสุขมากๆ ครับ เพราะหลังจากเลิก เธอมาชวนผมกลับกับเธอ เป็นครั้งแรกเลย ที่มีโอกาสได้เดินไปกับเธอจนถึงรถไฟฟ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ช่วงเช้า ผมไม่ได้คุยกับเธอ ปิด IM ไว้เพราะไม่อยากคุย พอไปถึงที่โรงแรม ก็ได้รับ SMS จากเธอใจความว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I stay at hotel now. And you? See you after finish na ka.. CYA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมยอมรับตรงๆ เลยครับว่าวันนั้น ผมไม่ไหวอ่ะ เพราะคืนก่อนหน้า น้องชายผม ชวนผมไป "รวยรินกลิ่นชีวา" ซึ่งอยู่ตรงถนนพระอาทิตย์ เป็นครั้งแรกเลย ที่ได้กิน "แอลกอฮอลล์" แบบเป็นจริงเป็นจัง (ในรูปของ เหล้าปั่น) กินไปเท่าไหร่ไม่รู้ แต่รู้สึกว่าขากลับเหมือนเดินไม่ตรงชอบกล และคืนนั้นก็ได้เรื่องครับ คันมากๆ คันตามตัว ซึ่งตอนเช้าตื่นมา ทั่วตัวมี "ผื่นแดง" เกิดขึ้นเยอะมากๆ ถ้าวันนี้ไม่มีฟอริ่ม ผมคงจะไม่มาแล้วอ่ะ "-_- เลยตอบเธอไปว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I apologize that tonight i can not go for study with you. I have a high fever and sore throat. Sorry that i did not tell you earlier. Firstly, i think that i am ok. Apologize again if you have to cancel some activities to go for study.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สักพัก เธอก็ตอบกลับมาว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Never mind. Wish you get better soon na ka.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากนั้น ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปอีก ได้แต่กลับบ้าน และนอนตั้งแต่ทุ่มกว่าๆ เช้าวันถัดมา ผมก็ตื่นขึ้นมาแบบไม่ค่อยแจ่มเท่าไหร่ แต่ก็ต้องออกไปเรียนภาษาอังกฤษกับเพื่อนที่ทำงานเก่า (ไอบีเอ็ม) โดยระหว่างทางที่ออกมา ผมก็ส่ง SMS ไปบอกเธอว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I think that I am more ok than yesterday and will go to study. If today you will not go please let me know. Thanks&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไปถึงก่อนเวลาเรียนนิดหน่อย โดยใจก็ภาวนาให้เธอไม่มา แต่ผิดคาดครับ หลังจากเจ้าหน้าที่เปิดเทปไปได้นิดนึง เธอก็มา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่ได้สนใจเธอนัก อารมณ์นั้นแบบว่าไม่อยากมองหน้า แต่ก็มองไปทางเธอนิดหน่อย เพราะเธอเดินมายังที่นั่งข้างๆ ผม และถามผมว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ว่างหรือเปล่าคะ ตรงนี้"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอเธอเห็นว่าว่าง เธอก็นั่งลง และหันหน้าไปคนละข้างกับผม (เหมือนไม่ค่อยอยากมองผมเท่าไหร่) และที่แปลกคือเธอนั่งเรียนโดยไม่เปิดหนังสือ เอาแต่จดอย่างเดียว ผมไม่ถามเธอ และตั้งใจเรียนของผมต่อไป เราก็นั่งเรียนกันไปแบบไม่ได้คุยกัน คาบเรียนของที่นี่กินเวลาสองชั่วโมง ตลอดเวลา ก็เห็นว่ามีโทรศัพท์เข้ามาหาเธอบ้าง เธอก็รับบ้าง ไม่รับบ้าง จนกระทั่งเวลาผ่านไปได้ชั่วโมงนิดๆ แล้วก็เดินหายออกไปจากห้องครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนกระทั่งจบคาบ ก็ไม่เห็นเธอกลับมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่รู้ว่าเธอหายไปไหน ใจคิดว่าเธอเป็นอะไรไปหรือเปล่า ถึงได้หายไปนานแบบนั้น แต่ก็เหมือนได้ยินเสียงหัวเราะของเธอลอยมาแตะหู พอผมเดินออกมาข้างนอกห้องเรียน จึงได้เห็นเธอนั่งคุยโทรศัพท์อยู่กับใครสักคน หัวเราะคิกคักอย่างออกรสออกชาติอยู่บนบันไดที่จะเดินขึ้นไปชั้นสามครับ ตัวเธอเองเป็นคนชวนผมมาเรียนแท้ๆ แทนที่จะสนใจเรียน กลับมานั่งคุยแต่โทรศัพท์อยู่นั่นแหล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความรู้สึกที่แย่กับเธอเป็นทุนเดิม ประกอบกับเรื่องเมื่อครู่ รู้สึกเลยว่าเธอคงคุยกับหนุ่มที่ไหนสักคนแน่ๆ เมื่อทุกอย่างเต็มปริ่ม ผมเลยตัดสินใจเก็บของหิ้วกระเป๋ากลับออกมาเลย โดยที่เธอเองก็ดูงงๆ ว่าผมจะไปไหน แต่เธอก็ไม่ได้ละจากสายที่เธอคุยอยู่ เพื่อมาถามผมเลยสักคำว่าผมจะไปไหน ผมยกมือให้เธอเห็นเป็นสัญญาณว่า "ไปก่อนนะ" แล้วก็ลงมา ปิดโทรศัพท์ เพราะไม่อยากคุยกับเธอ พอช่วงเย็นๆ มาเปิดโทรศัพท์อีกที ไม่พบว่าเธอโทรเข้ามา หรือ SMS มาแต่ประการใด (ผมมีบริการ miss call aleart ซึ่งจะมี SMS มาบอก หากมีใครโทรเข้ามา) แต่แปลกนะ ใจส่วนใหญ่ของผมคิดว่าเธอคงไม่โทรมาแน่ๆ แต่อีกส่วนหนึ่ง ยังคงหวังลึกๆ ว่าเธออาจจะติดต่อมาหาผมบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันอาทิตย์ ผมตื่นเช้าขึ้นมา พร้อมตัดสินใจว่าวันนี้ ผมจะไม่ไปเรียนกับเธออีกแล้ว แต่จะหายไปเงียบๆ มันคงไม่ดี เพราะคราวก่อนที่เธอไม่ไป ผมก็บ่นๆ เธอไปว่า ไม่ไปก็น่าจะบอกกัน แล้วครั้นผมจะหายไปแบบนั้นบ้าง มันก็คงแย่ครับ เลยตัดสินใจ SMS ไปหาเธอ ตอน 9โมง 44 ว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Today you will not see me at BB&amp;amp;C Kaset na. So please intend to the class although there has no me.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็ปิดเครื่องไปครับ ไปเรียน กว่าจะกลับมาบ้านอีกที เกือบๆ 5 โมงครึ่ง มาเปิดเครื่อง ถึงเห็นว่าเธอโทรเข้ามาครั้งนึง ตอนประมาณ 9:48 หลังจากผมส่ง SMS ไปไม่นาน ผมก็ไม่ได้โทรไปหาเธอหรือติดต่อะไรใดๆ ไปอีก มันคงหมดแล้วจริงๆ สำหรับเธอคนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมไม่เปิดโปรแกรม IM เลย เพราะกลัวว่าเธอจะติดต่อมา (จริงๆ นิสัยตรงนี้ อยากจะแก้สักทีเหมือนกัน เพราะการหนีปัญหา ไม่เคยก่อให้เกิดอะไรที่มันดีเลยสักครั้ง) จนความรู้สึกของผม ค่อยๆ ดีขึ้น การที่ไม่ได้คุยกับเธอหลายวัน มีเวลาได้อยู่กับตัวเอง ได้คิดว่าความรู้สึกกับเธอในตอนนี้ ระหว่าง "ชอบ" กับ "เสียดาย" มันคืออะไรกันแต่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากการที่ลองคิดเรื่องนี้ ผลสรุปออกมาว่า แม้จะยัง "ชอบ" เธออยู่ แต่มันก็เป็นเพียงเสี้ยวเดียว ที่เหลือคือ "เสียดาย" มากกว่า ดังนั้นวันศุกร์ ผมจึงตัดสินใจที่จะ เปิด IM เพราะอยากรู้ว่าเธอจะคุยเข้ามาหาผมไหม ซึ่งเธอก็ไม่ได้คุยมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนเหตุที่ทำให้ผมต้องมาคิดว่า "ชอบ" หรือ "เสียดาย" เธอ นั่นก็มาจากการที่ผมเอาเรื่องในบล็อคนี้ ไปลงในเว็บบอร์ดเว็บนึง ที่เข้าประจำ ผมก็คุยไปเกี่ยวกับเรื่องวันซ้อมใหญ่รับปริญญาของเธอ รวมไปถึงเรื่องการให้ "ตุ๊กตาหมีใส่ชุดครุย" ที่ผมสั่งทำมาให้เธอ (เป็นครั้งแรกในชีวิตเลย ที่ให้ของขวัญรับปริญญาราคาขนาดนี้ 890 บาท)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทีแรกผมกะจะไม่ไป และไม่ให้ของขวัญกับเธอ แต่แล้ว หลายๆ ความคิดเห็นที่นี่ก็เปลี่ยนความคิดของผม (ขอยกไว้ข้างล่างนี่นะครับ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคิดเห็นที่ 1 ตอบผมในเรื่องที่ว่าผมควรไป หรือไม่ควรไปดี&lt;br /&gt;"ถ้าเป็นผมนะ ผมไม่ถามหรอกครับ (เรื่องของความรู้สึกว่าเธอคิดยังไงกับผม) ไงๆนี่ก็ไม่ใช่การแสดงออกของคนที่มีใจให้เราแน่นอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมจะไม่ถาม ไม่ยุ่ง ไม่สนใจ ห่างๆไปเลย (แต่ไม่ใช่หนีนะ)&lt;br /&gt;ถ้าเค้าเข้ามาคุยก็ทำตัวปกติ แต่ก็จะไม่แสดงความเป็นห่วงเป็นใยอะไรออกไปอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งถ้าจะทำแบบนี้ก็คือจะต้องตัดจริงๆนะครับ ไม่ใช่มามัวเสียดายอยู่ เพราถ้าฝั่งนู้นรู้ว่าเรายังมีใจอยู่หละก็ เค้าจะรู้ไต๋คุณ&lt;br /&gt;ต่อไปถ้าจะชักจูงคุณอีก มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเลยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าให้มันลงลึกไปมากกว่านี้ดีกว่า ผมว่านะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนเรื่องรับปริญญา ควรไปครับ ถ้าตกลงไว้แล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วยว่าตอนนั้นเป็นยังไง เค้ายังต้องการให้คุณไปอยู่มั้ย อะไรแบบนี้หนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเพื่อนๆเค้าไปกันเยอะๆ แล้วคุณก็รู้จักเพื่อนเค้าในระดับหนึ่ง ก็แทรกเข้าไปร่วมงานเป็นหนึ่งในเพื่อนเค้าไปเลยครับ&lt;br /&gt;แต่ถ้าไม่รู้จักใครแบบสนิทๆเลย (คนเดียวโดดๆว่างั้น) ฝากของขวัญไปกับเพื่อนเค้า หรือไม่ก็ไปแว้บเดียว เป็นวิธีที่ดีที่สุดครับ ผมว่านะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคิดเห็นที่2 เรื่องของขวัญ&lt;br /&gt;"เรื่องของขวัญ ป้าว่านะ ให้เถอะคับ จะเก็บเอาไว้ให้ช้ำใจ หรือเอาไว้บูชาเหรอคับ หรือจะเอาไปให้คนอื่นต่อ ใครได้รับไป แล้วมารู้ทีหลังว่าเป็นของเหลือจากคนอื่นมา คงเสียใจไม่น้อยนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ป้าเคยเจอเหตุการณ์ประมาณนี้แหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซื้อคอร์สติชมาปัก กะว่าสวยเลย ให้ไปคนรับต้องดีใจแน่นอน กระต่ายน้อยน่ารัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ดันไปรู้ความจริงอะไรบางอย่างที่มันน่ารังเกียจสุด ๆ ที่ป้าเคยเจอมาในชีวิตลูกผู้หญิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แรงกว่าคุณเยอะอ่ะคับ แต่แรงคนละแนวกัน ของป้ามันออกแนวหลอกลวง พวกลวงโลกเป็นอะไรที่น่ารังเกียจที่สุดหน่ะคับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่สุดท้าย ป้าก็ให้คับ เพราะป้าถือว่าความตั้งใจแรกของป้าคือ "อยากให้"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงเวลาที่ควรจะให้ ตอนนั้นก็ไม่อยากให้ แต่รู้สึกว่า นี่มันก็ฝีมือชั้นนะ ชั้นไม่ได้อยากทำไว้เองซักหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชั้นนั่งหลังขดหลังแข็งทำให้คนนี้ .. เอาหน่ะ อย่างน้อยให้ไอ้คนที่รับไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้รู้ว่า .. ถึงแกจะเลวกะชั้นแค่ไหน แต่ชั้นก็ยังจริงใจให้แกนะ&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างน้อย ก็น่าจะทำให้ไอ้คนรับมันเฝื่อนจิตใจลงได้อีกเล็กน้อย&lt;br /&gt;กับสิ่งเลว ๆ ที่มันทำหน่ะคับ ((แต่ไม่รู้หรอก ว่ามันจะคิดแบบนี้มั้ย))&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ตอนนี้อโหสิให้แล้ว ช่างมัน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคิดเห็นที่3 เรื่องของขวัญอีกเช่นกัน&lt;br /&gt;"อ่า..... ขออนุญาตตอบข้อความส่วนนี้ซักนิดนะค๊ะ  ว่าจะไม่เข้ามาตอบกระทู้นี้แล้วนะเนี่ย&lt;br /&gt;ตาลว่า การที่เราจะให้ของขวัญใครซักคน ควรจะให้ด้วยความรู้สึกว่าเราอยากจะเป็นผู้ "ให้" มากกว่านะค๊ะ ...&lt;br /&gt;ไม่ใช่ว่า มาคิดว่า การที่เราจะให้เค้า ... เพราะว่า (คิดเอาเอง) ว่าเค้ามีใจให้เรา  ตาลว่า เหตุผลนี้ดูไม่ค่อยน่ารักเลยอ่ะค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตาลว่านะค๊ะ ... คุณเบียร์ออกจะคิดมากไปซักนิ๊ดดดดดดดดดดด &lt;br /&gt;การให้ตุ๊กตาหมี มันไม่ได้จำเป็นต้องตีความหมายว่าต้องให้คนพิเศษ หรือมีไว้เพื่อความสัมพันธ์ฉันท์คนรักเท่านั้นหรอกค่ะ&lt;br /&gt;จะบอกว่า ตอนตาลรับปริญญา ... มีคนเอาตุ๊กตาตัวใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มกว่านี้มหาศาลมาให้ตั้งหลายคนอ่ะค่ะ ^^"&lt;br /&gt;คนที่เอามาให้ ก็ไม่ได้มีใครมาชอบตาลด้วย ... มีแต่ทั้งพี่ๆ เพื่อนๆ และก็น้องๆ ทั้งนั้น ไม่เห็นแปลกเลยน๊าาาา&lt;br /&gt;คุณพี่แดง chuakai ก็เป็นคนนึง ที่หอบตุ๊กตาหมีตัวใหญ่เบิ้มมายืนตากแดดรอ เพื่อเอามาให้ตาล ... ทั้งๆ ที่ตอนนั้น เรายังไม่ได้สนิทกันมากขนาดนี้เลยด้วย&lt;br /&gt;(( น่าประทับใจออก ... ทุกวันนี้ พี่แดงก็เป็นพี่ชายสุดรัก ที่สนิทด้วยมากที่สุดคนหนึ่งเลย )) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลองปล่อยวาง ทำใจสบายๆ ... Chill Chill นิดนึงดิค๊ะ  อย่ากะเกณฑ์อะไรกับเรื่องความรักมากเลย&lt;br /&gt;ตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้ ก็ให้ไปเถอะค่ะ ... งานรับปริญญา ไม่ได้เป็นงานประจำปี ไม่ได้มีบ่อยๆ ในชีวิตแน่ๆ  แวะไปแสดงความยินดีกับเค้าหน่อยก็ดีนะค๊ะ&lt;br /&gt;ส่วนความสัมพันธ์ของคุณเบียร์กับเธอ ถ้าถามว่าจะทำยังไงต่อไปดี ... เห็นด้วยกับที่เพียวตอบมาทุกอย่างเลยค่ะ ^_^"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และความคิดเห็นนี้ เป็นอีกความคิดเห็นที่ผมชอบมากๆ ครับ พี่คนที่เขียน มองในมุมที่ "กว้าง" จริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อ่านจนเหนื่อย..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูแล้วเหมือนเป็นความแตกต่างทางด้านสังคมกันมากกว่า.. เบียร์ลักษณะเหมือนไม่ชอบสังคมของคนกลางคืน เหมือนจะรับไม่ค่อยได้ซะด้วยซ้ำ.. ซึ่งที่อ่านมาพฤติกรรมของเพื่อนหญิงคนนั้น ปกติมากสำหรับสังคมของคนเที่ยวกลางคืนแบบสุดเหวี่ยง แต่อาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด เพียงแต่ว่าเรายังไม่เคยเห็นมากกว่าเลยเป็นเรื่องแย่เรื่องไม่ชอบใจสำหรับเรา.. ทำให้เรารับไม่ได้.. การที่เขาจิบเหล้าเพื่อนอาจจะเป็นเพียงมารยาทที่เขาต้องทำ การที่ไปโอบกอดเพื่อนชายอาจจะเป็นช่วงจังหวะที่เราไม่ทราบว่าเหตุการณ์ก่อนหน้าเป็นอย่างไร เบียร์เองไม่ได้อยู่ใกล้ขนาดนั้น.. (มองในแง่ดี).. สำหรับพี่เรื่องใกล้ชิดสนิทสนมกันในหมู่นักเที่ยวที่สนิทมากๆการโอบกอดถือเป็นเรื่องปกติ (ไม่ใช่โอบกอดแล้วจูบหรือหอมนะ) ทุกวันนี้ทุกครั้งที่พี่ไปเที่ยวกับน้องๆที่ทำงานที่สนิทกัน ก็ยังทำกันอยู่.. ที่ยกตัวอย่างมาเพียงแต่จะให้มองว่ามันเป็นเรื่องปกติ.. ยิ่งถ้าเราอยู่ในฐานะเพื่อนเหมือนกัน เรายิ่งหมดสิทธิ์ที่จะตำหนิในเรื่องธรรมดาของสังคมคนเที่ยวกลางคืนแบบนี้.. ถ้าเรารับไม่ได้คงยากที่จะคบกันต่อ อย่าว่าแต่เป็นแฟนเลย เป็นเพื่อนคงจะยากเหมือนกัน.. มันเหมือนการดำเนินชีวิตที่อยู่กันคนละขั้ว คงไปกันได้ยากพอสมควร..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เท่าที่อ่านเฉพาะกระทู้นี้ดูน้องเขา คิดกับเบียร์เหมือนเพื่อนมากกว่าแฟน ดูไม่ค่อยแคร์อะไรเท่าไร แต่พัฒนาการอาจจะก้าวหน้าไปมากกว่านี้ถ้ายังต้องการ.. เราต้องรับเขาให้ได้ในเรื่องที่เขาทำมาก่อนหน้านี้ อย่ากะเกณฑ์อย่าปรับเปลี่ยนอะไรให้มาก พี่เชื่อว่าถ้าคนเราคบกันไปจนรักกันแล้วเรื่องปรับเปลี่ยนในภายหลังไม่ใช่เรื่องยาก แต่อยากให้ผ่านจุดที่รักกันจริงทั้งสองฝ่ายไปก่อน.. แต่ถ้ายืนยันว่าจะไม่คบแล้วก็ให้ผ่านไป เขาคงไม่เหมาะกับเบียร์ เราคงต้องหารักแท้ที่ใช่ต่อไป..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่ขอสรุปด้วยความเห็นส่วนตัวว่า.. สังคมในเรื่องเที่ยวกลางคืน.. เป็นปัจจัยสำคัญของเรื่องนี้.. มันเป็นจุดสิ้นสุดของเรื่องนี้.. น้องเบียร์ยังอ่อนต่อโลกของคนกลางคืนมากๆครับ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดท้ายขอให้น้องเบียร์ได้ค้นพบรักแท้ที่เป็นแบบที่เราต้องการเร็วๆนะครับ.. (จริงๆไม่ค่อยชอบออกความเห็นเรื่องรักๆสักเท่าไรนะ แต่อยากแจมบ้าง)"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท้ายที่สุด วันนี้ก็เลยไปครับ โดยที่หอบเจ้าหมีตัวนั้นไปด้วย เพราะไหนๆ ตั้งใจแล้วว่าจะให้เธอ ก็ยังคงทำตามที่คิดอยู่ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผม SMS ไปหาเธอครั้งนึง ตอนประมาณ 10โมงกว่าๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I am in CU now. Heard that you will out from the hall soon. Please call me back when you are available. I have my own camera.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะโทรกลับมาครับ นั่นก็เป็นการดี เพราะผมเองไม่ค่อยอยากจะเจอเธอหรอก แค่อยากจะเอาตุ๊กตาตัวนี้ ไปฝากเพื่อนเธอไว้มากกว่า เลยตัดสินใจโทรไปหาเพื่อนผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เน็ต อยู่ตรงไหนเหรอ เดี๋ยวเราเดินไปหา" (เน็ตเป็นเพื่อนกับเธอ เรียนที่เดียวกัน เลยได้รู้จักเธอครับ หาอ่านรายละเอียดได้จากตอน "งานปีใหม่")&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอมาเจอกันแล้วจริงๆ เป็นดังคาดว่าเธออยู่กับเน็ตนี่แหล่ะ ยืนอยู่ข้างๆกัน ผมเดินเข้าไป เน็ตทักทายผม และชวนผมไปถ่ายรูปด้วย ผมพยายามมองไปทางเธอ แต่เธอก็ทำเหมือนมองไม่เห็นผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมถ่ายรูปกับเน็ตไปหลายรูป จนเสร็จ ผมก็เลยเดินมาหาเธอ แต่ใจก็ไม่กล้าจะเข้าไป เพราะเธอเหมือนจะมองเห็นผมเป็นเพียง "ก้อนกรวด" ก้อนนึง แต่น้องชายผม ที่มาด้วยกัน ก็บอกผมว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เอาไปให้เขาซะสิ แล้วก็ถ่ายรูปกับเขา เราจะได้ไปกันสักที"&lt;br /&gt;"เรื่องถ่ายรูปน่ะ ไม่อยากหรอก แต่ของนี่ อยากจะให้เขานะ"&lt;br /&gt;"ถ้าไม่กล้า เดี๋ยวชั้นเอาไปให้เอง" น้องผมบอก&lt;br /&gt;"ไม่เป็นไร เดี๋ยวเอาไปให้เองละกัน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมรวบรวมความกล้า เข้าไปหาเธอ เธอก็ยังคงไม่มองผมเช่นเคย แต่ผมค่อนข้างแน่ใจว่าเธอเห็นผมแล้วแน่ๆ แต่เธอก็ยังคงคุยกับเพื่อนเธอ ที่เพิ่งถ่ายรูปเสร็จตะกี๊อยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมรอเวลา เห็นว่ามันนานแล้ว เลยตัดสินใจยกถุงตุ๊กตาหมีขึ้น เป็นแนวๆ ว่า จะให้เธอ เธอถึงหันมาพูดกับผมว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"รอเดี๋ยวนึงนะ" (มี "คะ" ตามมาด้วยหรือเปล่าไม่แน่ใจ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอก็ถ่ายรูปกับเพื่อนเธออีกรูป ก่อนที่เพื่อนเธอจะไป ผมเลยหยิบตุ๊กตาออกมาจากถุง ยื่นให้เธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ยินดีด้วยนะ" จำไม่ได้แล้วเหมือนกันว่าเธอพูดอะไรออกมาหรือเปล่า แต่เธอก็พยายามที่จะไม่มองหน้าผม (ไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่า)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราก็ถ่ายรูปกันไป 3-4 รูป โดยที่ช่างกล้องที่ถ่ายรูปให้เธอ เป็นช่างกล้องผู้ชายถึง 3 คน ทีเดียว (เดาว่าคงเป็นคอลเล็กชั่นของเธอมั้ง เพราะเธอฝากผ้าเช็ดหน้าไว้กับตากล้องคนนึง ไม่แน่ใจว่าญาติร่วมโลก หรือญาติร่วมสายเลือด แต่ไม่คิดว่าเธอจะจ้างช่างกล้องครับ) จนรูปถ่ายเสร็จ เธอก็หันมาบอกผมว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ขอบคุณนะ ที่อุตส่าห์มา"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมจำไม่ได้แล้วเหมือนกันว่าตัวเองพูดอะไรออกไปบ้าง คงพูดอะไรออกไปบ้างแหล่ะ แต่ไม่ได้พูดอย่างที่เคยคิดจะพูด (ผมเคยคิดที่จะพูดว่า เพราะบอกไว้แล้วว่าจะมา ก็ต้องมาสิ) จำได้ว่าบอกเธอว่า "ไปแล้วนะ" แล้วก็เดินออกมา โดยไม่ได้สนใจเธออีกว่าเธอจะไปไหนต่อ หรือทำอะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากการกระทำของเธอในวันนั้น ถือว่าเป็นการบอกว่าเราทั้งสองคนได้ "ขาด" จากกันแล้ว ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผมถือว่า "ดี" สำหรับผม เพราะผมคิดว่า การที่เธอทำแบบนี้ แสดงว่าเธอคงจะไม่มายุ่งกับผมอีก เพราะถ้าหากเธอยังคงที่จะคุยกับผมอยู่ ผมคงจะเข้าหน้าเธอลำบากและหนีเธออยู่เรื่อยไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้ เรื่องนี้คงจะจบลงจริงๆแล้ว หากเธอยังคงเห็นผมมีประโยชน์อยู่ เธออาจจะติดต่อผมกลับมาอีก ซึ่งตอนนั้น ผมคงจะใช้ประโยชน์จากเธอบ้าง เพื่อให้เธอเป็น "แบบฝึกหัด" ให้กับผม เพื่อให้ผมแกร่งขึ้น และมีภูมิคุ้มกันกับคนแบบเธออีก ในอนาคต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้ ขอบคุณที่ตามหาเราตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน ขอบคุณสำหรับของฝากต่างๆ ที่เคยให้มา ขอบคุณสำหรับ "การกระทำ" ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนว่าเธอให้เราได้เป็น "มากกว่าเพื่อน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถึงร้าย แต่ก็รัก"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เบีย&lt;br /&gt;1 กรกฏาคม 2550&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5249413055652597686-7209171350230839694?l=blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/feeds/7209171350230839694/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5249413055652597686&amp;postID=7209171350230839694' title='15 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/7209171350230839694'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/7209171350230839694'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/2007/07/blog-post.html' title='บทส่งท้ายกับเธอ'/><author><name>blackheart</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15177066885377680263</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>15</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5249413055652597686.post-4559964838866151788</id><published>2007-06-27T00:41:00.000+07:00</published><updated>2007-06-27T00:41:29.185+07:00</updated><title type='text'>10ปีแล้วเหรอ? กับเรื่อง "ตาลของผม"</title><content type='html'>เกริ่นเรื่องของ "หัวใจดวงใหม่" ไว้นานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสเขียนสักทีครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ความสัมพันธ์ที่ผมมี กับ "หัวใจดวงใหม่" ของผม ก็กำลังไปเรื่อยๆ เช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันก่อน มีโอกาสได้คุยกับเธอ เธอถามถึงงานอดิเรกของผม ผมเลยเล่าให้ฟังว่าผมเขียนบล็อกด้วย (ก็คือที่นี่นี่แหล่ะ) แต่ไม่สามารถแสดงที่นี่ให้เธอเห็นได้ (แสดงไปก็รถไฟชนกันเปล่าๆครับ เหอะๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะกว่าจะทำให้เธอเชื่อได้ว่าผมกับ "เธอคนนั้น" ไม่มีอะไรกันมากกว่าเพื่อน (หรือคนใช้ กับคนถูกหลอกใช้) ก็ใช้เวลานานมากๆ เพราะครั้งที่ผมไปเดินซอยละลายทรัพย์กับ "เธอคนนั้น" ขากลับก็มาเจอเธอนี่แหล่ะ เธอเลยใช้สรรพนามแทน "เธอคนนั้นว่า" "แฟนพี่" ไปเลย เหอะๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมลองมาค้นๆ เรื่อง "ตาลของผม" ซึ่งเป็นเรื่องแรกที่ผมเขียนขึ้น เพราะตอนนั้นเคยไปจีบคนๆนึง (ขอสงวนนามไว้ แต่ชื่อย่อ ก. เพื่อกันสัีบสน เพราะตัวละครหญิงในหัวข้อนี้เยอะเหลือเกิน) เมื่อครั้งเข้าเรียนที่เกษตรปีแรก เทอมแรก และไม่กี่วันแรก ก็แห้วไปอย่างรวดเร็ว เพราะ ก. คนนี้แหล่ะครับ ดันไปชอบรุ่นน้องโรงเรียนผม (ที่เอ็นท์ติดเข้ามาพร้อมกัน) การที่ผมไปจีบเธอ เลยเหมือนเป็นการไปเร่งปฏิกิริยาให้ทั้งสองคนคบกันเร็วขึ้น (เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ยังมีโอกาสเจอ ก. เดินอยู่สีลมอยู่เลย แต่เดาว่าคงจำผมไม่ได้ เลยไม่ได้ทัก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่จริงๆ "ตาลของผม" ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวกับ ก. เลยสักนิด เพียงแต่ตอนนั้นอยากเขียนอะไรสักเรื่องขึ้นมา เพื่อให้ไม่คิดมาก(มั้ง) เอาเป็นว่า เรื่อง "ตาลของผม" ก็เกิดมาด้วยประการละฉะนี้แล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมพยายามค้นหา "ตาลของผม" จากในเครื่องของผมเอง แต่ก็หาไม่เจอสักทีครับ คงเพราะมันเดี้ยงไปกับ HDD ตัวเก่าของผมแล้วแน่ๆ ไม่รู้จะไปค้นมาจากไหนดี เพราะแผ่นแบ็คอัพที่บ้าน ถ้าจะหาจริงๆ มันต้องไม่เจอแน่ๆเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนท้ายสุดก็ลองพึ่ง google นี่แหล่ะครับ โชคดีมาก ที่กลุ่มที่ผมอยู่ ตอนเรียนปีแรก มีรุ่นพี่ (แต่จริงๆ ก็เพื่อนแหล่ะ เพราะเอ็นท์ติด ม.5 อ่ะ) ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานโปรแกรมเมอร์ยุคแรกของ pantip.com ได้แนะนำให้ผมเอาเรื่องที่เขียนนี้ไปลงห้อง "ถนนนักเขียน" แล้วก็มีคนมาเอาเรื่องในนี้ ไปลงในเว็บของเขาเอง (บน geocities ซึ่งโชคดีมากว่ามันยังไม่ถูกลบไปครับ) เลยได้เป็น "ตาลของผม" ฉบับดั้งเดิมที่สุด เท่าที่จะยังมีเหลืออยู่มาให้อ่านกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มานั่งอ่านๆ เพื่อตัดย่อหน้าลงในเว็บบอร์ดที่ผมเข้าประจำ เลยมีโอกาสได้อ่านสำนวนตัวเองเมื่อสิบปีก่อน บางอันอ่านแล้วก็ขำตัวเองเหมือนกัน แต่ยังไงก็ตาม หลังจากผมอ่านจบแล้ว ก็เป็นเหมือนกับว่าได้พบ "เพื่อนเก่า" ของผมคนนึง ที่หายจากกันไปนาน (หรือมันข้ามเวลากลับมาหาผมหว่า เพราะตอนนี้ ผมแก่ขึ้นไป 10 ปี แต่มันไม่ได้แก่ขึ้นเลย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวเอกของเรื่อง ทศ เป็นชื่อของรุ่นน้องผมคนนึงในกลุ่ม 1 นี่แหล่ะ และหลังๆ เวลาผมเขียนเรื่องสั้น ถ้าผมไม่ได้ใช้ตัวเอกชื่อ "เอก" (ซึ่งมาจากพยางค์หน้าของชื่อเก่าผม) ก็จะเป็น ทศ นี่แหล่ะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นางเอกของเรื่อง ตาล ผมใช้แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว เพราะหลังจากนั้น นางเอกของผมก็กลายเป็น "อร" ไปซะทุกเรื่องเลย ชื่อของตาล มาจากผู้หญิงคนนึง ที่ผมเคยคุย ytalk หรือ ntalk ด้วยนี่แหล่ะ เธอเรียนที่ม.กรุงเทพ ตามประสาคนที่จีบๆ กันครับ ผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวดูหนังกับเธอที่สยาม 2-3 ครั้ง (เธอเป็นอิสลาม จำไม่ได้แล้วว่าทำไม หลังจากที่เจอกัน 2-3 ครั้งแล้วถึงไม่ได้เจอกันอีก) เป็นครั้งแรกเลยมั้ง ที่ผมมีโอกาสได้ซื้อ "ต่างหู" ให้กับผู้หญิง เป็นของขวัญในการเจอกันครั้งแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไหนๆ ว่ากันถึงตาลแล้ว จะไม่พูดถึง อร ก็ยังไงอยู่&lt;br /&gt;ชื่อ "อร" นี่ มาจากเพื่อนในภาคของผมคนนึง ที่ผมแอบชอบ เมื่อตอนเรียนปีสาม (แต่ก็ไม่ได้ลงมือจีบแบบจริงๆ จังๆ เพราะรู้ว่าแห้วแน่ๆ เพราะเธอไม่เคยสนใจผมเลย เธอมีแฟนไปตอนปีสี่ และมาถึงตอนนี้ ก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ที่ไม่ได้จีบเธอในตอนนั้น เพราะรู้สึกว่าความเป็นเพื่อน มันยืนยาวกว่าการเป็นแฟน) ชื่อของอร จึงเอาตัวอักษรมาจากอักษรตัวหน้าของเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อรมีโอกาสได้ปรากฏตัวบนงานเขียนของผมเรื่องแรก ในตอนที่เอาเพื่อนๆ cpe 11 มาเป็นตัวละครในเรื่องสั้นขนาดยาวเรื่องนึง (อิงเนื้อเรื่องมาจาก the fifth element ซึ่งเขียนไม่จบ) แต่ตัวของอรกับเอก ก็มีบทบาทในเรื่องนี้พอควร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เล่ามาซะนาน ยังไงด้านล่างต่อจากนี้ จะเป็นส่วนของ "ตาลของผม" ซึ่งใครยังไม่ได้่อ่าน ก็ลองอ่านดูนะครับ เรื่องนี้ ผมเขียนโดยตั้งใจจะให้ตอนจบเป็นลักษณะปลายเปิด คือปล่อยให้ผู้อ่านไปคิดเอาเองว่าตอนจบของเรื่องเป็นยังไง ฉากของเรื่อง คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กลุ่ม1 (Global One)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตาลของผม?&lt;br /&gt;โดย :ekbee &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;[13 ก.ย. 2541 01:52:41]&lt;br /&gt;แม้ว่าวันนี้เป็นวันเปิดเทอมใหม่ของผม แต่ผมก็ไม่ได้ไปเช้าๆอย่างที่คนอื่นๆเขาชอบทำกันหรอก ที่ผมชอบคือการไปเรียนอย่างสม่ำเสมอเท่านั้นเอง มันเป็นนิสัยที่ติดตัวผมมาตั้งแต่ตอนเป็น freshy มีเพียงไอ้การไม่มาเช้า(แต่ก็ไม่สายนะ) นี่แหละที่เพิ่งมาเป็นตอนปี2นี้ ไอ้ที่ว่าพอแก่ตัวแล้วคนเรามักจะขี้เกียจ มันคงใช้กับผมไม่ได้ แต่หลายๆคนอาจสงสัยว่าไม่ขี้เกียจแต่ทำไมไปสาย ก็ตอบง่ายๆครับว่า มีสิ่งที่ผมไม่อยากไปเห็นนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ตาล" คือสิ่งที่ผมพูดถึงครับ เพราะเธอเป็นคนน่ารัก ผมเดาได้ว่าชื่อของเธอไม่น่าจะมาจาก "น้ำตาล" ที่เป็นชื่อของสีแน่นอน แต่มันคือนิยามของความหวานที่เธอมีต่อผู้พบเห็น ถ้าจะเรียกเธอเป็น "ดาวของวิดวะ" ก็คงไม่มีใครคัดค้านแหละครับ แต่เธอไม่ค่อยที่จะดังในหมู่ผู้ชายในคณะเท่าไหร่ เพราะเธอมีแฟนแล้วนั่นเอง "ชัย" เป็นชื่อของแฟนเธอ หรือเพื่อนของผมที่เข้ามาเป็น freshy ด้วยกัน ทั้งคู่เริ่มจะเรียกกันเป็นแฟนเมื่อช่วง " summer"ที่ผ่านมานี่เอง เพราะ ช่วงนั้นทั้งคู่เรียนด้วยกันตลอด ซึ่งนี่แหละเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผมไม่อยากจะมาเช้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ใครต่อใครพูดว่า "รักแรกมักไม่สมหวัง" มันคงจะจริง ตลอด 12 ปีของผมตั้งแต่จบอนุบาลมา "เพื่อนผู้หญิง" คือสิ่งหนึ่งที่ผมไม่มีเป็นของตัวเอง เมื่อย่างเข้าปีที่13 ผมก็ได้มีเพื่อนหญิงของตัวเอง อย่างว่านะครับคนเรามักจะไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ คราวนี้ผมก็อยากมี "แฟน" เป็นของตัวเอง ตาลเป็นคนแรกใน "กลุ่มหนึ่ง" ที่ผมเล็งไว้ ตั้งแต่วันแรกพบจนกระทั่งวันนี้ เธอก็ยังอยู่ในใจผมเสมอมา ด้วยความหวังที่ว่า "หากเป็นเนื้อคู่กันแล้วไม่แคล้วกัน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดือนถัดมาผมรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของทั้งคู่ ทั้งคู่ไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันเช่นแต่ก่อน ผมเองก็ไม่ได้สนใจมาก คิดว่าทั้งคู่เรียนกันคนละ major คงว่างไม่ตรงกัน จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง หลังจากผมเลิกเรียนวิชาในภาคตอน 5โมงกว่าๆ ในกลุ่มไม่มีใครแล้ว นอกจากตาล เธอนั่งอยู่คนเดียว ผมนึกว่าเธอคงจะรอชัยเลยถามเธอไป เธอก็ตอบว่าไม่ใช่ แล้วเธอก็เงียบไป ผมงงมาก เพราะเธอเองไม่เคยเป็นอย่างนี้ ปกติเธอจะเป็นคนที่ชวนคนอื่นคุย แต่วันนี้เธอกลับนิ่งเงียบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมรู้สึกสงสัยและเป็นห่วงเพราะช่วงนี้ไม่มีคนผ่านไปผ่านมา เลยนั่งเป็นเพื่อนเธอ สักพัก เธอก็ร้องไห้ออกมาแล้วก็พูดออกมาว่า&lt;br /&gt;"ทศ ทศว่าตาลไม่ดีตรงไหนเหรอ"&lt;br /&gt;"ตาล เป็นอะไร ไอ้ชัยมันทำอะไรตาลเหรอ" ผมถาม&lt;br /&gt;"เปล่าชัยไม่ได้ทำอะไร แต่ทศบอกตาลหน่อยสิว่าตาลไม่ดีตรงไหนรึเปล่า" เธอย้ำคำถามเดิม&lt;br /&gt;"ไม่ ตาลเป็นคนดีมาก ดีกับเพื่อนๆทุกคน พวกเราทุกคนชอบตาลมากนะ"&lt;br /&gt;"แล้วทำไม ทำไมชัยถึงเลิกกับตาลล่ะ" เธอพูดเพียงแค่นั้น แล้วเธอก็ร้องไห้ต่อ&lt;br /&gt;ไม่มีคำพูดคำใดจากผมและเธอ เราทั้งคู่เงียบไปนาน ผมเอาผ้าเช็ดน้ำตาให้เธอ แล้วก็พาเธอไปส่งบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ้านผมไม่ห่างจากบ้านเธอมากนัก แต่เราไม่ได้กลับบ้านด้วยกันหลังจากที่เธอกับชัยเป็นแฟนกันแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากนั้นผมไปสืบข่าวของชัย ได้ความว่า มันไปชอบผู้หญิงอีกคนที่คณะมนุษย์ จึงตีตัวออกห่าง ตาลจึงรู้ตัวได้ว่าชัยไม่ชอบเธอแล้ว มันก็เลยเป็นช่วงที่ผมต้องรับหน้าที่เป็นคนดูแล ปลอบใจเธอต่างๆนานา เพื่อให้เธอไม่คิดมาก แล้วผมเองก็พยายามถ่ายทอดความรู้สึกที่ผมมีต่อเธอให้เธอรู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนผ่านไปเดือนกว่าๆ ตาลคงทำใจได้แล้ว นอกจากนั้นสิ่งที่ผมหวังเอาไว้ก็เป็นจริง เธอเริ่มจะเข้าใจผมมากขึ้น เราเริ่มที่จะเป็นเงาของกันและกัน ซึ่งตารางเรียนของเราทั้งคู่ก็เป็นใจ เพราะเราเรียนด้วยกันทุกวิชา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตได้ ตาลยังคงคิดถึงชัยอยู่เสมอ บางครั้งทั้งคู่เจอกัน ตาลก็มองชัยด้วยสายตาที่หวังว่า ชัยจะกลับมา ซึ่งผมเองก็ได้แต่นั่งรอมันเงียบๆโดยภาวนาขออย่าให้มันมาถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ท้ายที่สุด สิ่งที่ผมกลัวมันก็เป็นจริง ชัยเข้ามาคุยกับผมตอนที่ตาลไม่อยู่ เขาบอกผมว่า อยากจะขอตาลคืน เพราะเขาเองยังรักตาลเสมอ ส่วนไอ้ที่ลือกันตอนนั้น เขาว่ามันไม่จริง ผู้หญิงคนนั้นตามจีบเขาเอง เขาพยายามปฏิเสธ แต่เธอคนนั้นถือไพ่เหนือกว่าเขา พ่อเธอเป็นเจ้านายของพ่อเขา แล้วก็ขู่เขาว่าหากไม่ทำตาม จะให้พ่อเธอไล่พ่อเขาออก ซึ่งเขาเองก็จนปัญญา ต้องทำตาม เขาจึงต้องใช้เวลาทำให้เธอเกลียดเขา แล้วเขาเองก็ไม่มีเวลาที่จะอธิบายให้ตาลฟังด้วย ท้ายที่สุดเมื่อสิ่งที่เขาทำสัมฤิทธิ์ผล เขาจึงกลับมา ก็พบว่าผมกับตาลเริ่มสนิทกันมากขึ้น จึงมาพูดกับผมโดยตรง ทำให้ผมรู้ว่าชัยเป็นคนดีมาก ดีจนผมละอาย เพราะเรื่องที่เขาเล่ามาเป็นความจริงทุกอย่าง ซึ่งเขาจะไม่ ว่าอะไรทั้งนั้นหากผมจะไม่คืนตาลให้ เพราะเขาเองก็ทำผิดต่อเธอมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากวันนั้นความคิดทั้ง 2 อย่างก็วนเวียนอยู่ในหัวของผม ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอย่างไรดี ถ้าผมเล่าทุกอย่างให้เธอฟัง ผมก็จะเสียเธอไป หรือไม่ก็เก็บความจริงนี้เอาไว้กับตัวผมเอง เพราะตอนนี้ผมมั่นใจว่า เธอลืมเขาไปได้เยอะแล้ว และ กำลังจะเริ่มต้นใหม่กับผม ตามจริงผมควรจะเลือกอย่างหลัง แต่ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะทำให้เธอมีความสุขเช่นเดียวกับที่เขาให้เธอได้หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท้ายที่สุดสิ่งเหล่านั้นก็หมดไปจากใจผม มันจบลงได้เพราะผมจำได้ดีถึงคำพูดประโยคหนึ่งที่เธอพูดกับผม "ทศ ทศเป็นคนดีนะ ถ้าตาลเป็นแฟนทศนี่ตาลคงจะดีใจมากเลย" นั่นแหละ แม้ว่าคำว่า "คนดี" กับ "ตาลเป็นแฟนทศ" มันจะขัดกันสำหรับตัวผม แต่มันก็ทำให้ผมรู้ว่า ตัวเองควรทำเช่นไร ซึ่งผมเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่เคยนึกเสียใจในสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้าเป็นคุณล่ะครับ คุณจะทำอย่างผมรึเปล่า?&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5249413055652597686-4559964838866151788?l=blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/feeds/4559964838866151788/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5249413055652597686&amp;postID=4559964838866151788' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/4559964838866151788'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/4559964838866151788'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/2007/06/10.html' title='10ปีแล้วเหรอ? กับเรื่อง &quot;ตาลของผม&quot;'/><author><name>blackheart</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15177066885377680263</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5249413055652597686.post-4832405179218741665</id><published>2007-06-24T20:05:00.000+07:00</published><updated>2007-06-24T20:05:23.638+07:00</updated><title type='text'>ความสนิทสนมของพี่น้องต่างสายเลือด กับน้ำตาลูกผู้ชาย</title><content type='html'>หลังจากที่เข้ามาในตัวสลิมได้พักใหญ่ๆ คนก็เริ่มเยอะขึ้นๆ ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยเฉพาะโต๊ะผม ไม่รู้มาจากไหนกันเยอะแยะ รวมๆ คนแล้ว เป็นสิบกว่าคนเลยอ่ะ ยังดีที่คนโต๊ะผมไม่มีใครสูบบุหรี่ (แต่โต๊ะข้างๆ มี)&lt;br /&gt;รู้สึกว่าปวดห้องน้ำมาก เลยเดินไปเข้าห้องน้ำครับ แต่พอเข้าไปในห้องน้ำแล้ว เห็นคนที่เป็นพนักงานของร้าน ยืนอยู่เพียบเลยอ่ะ ไม่รู้ว่าพวกนี้ต้องให้ทิปหรือให้อะไรหรือเปล่า เลยกลายเป็นว่าผมไม่กล้าเข้าไปเลยอ่ะครับ (ใครให้ความรู้ตรงนี้ได้ บอกผมหน่อยนะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากกลับมา ก็เห็นทุกคนกำลังเต้นกันสนุกเลยครับ เพราะเพลงที่เปิดนี่ เป็นเพลงแดนซ์ทั้งนั้น นี่ล่ะมัง ข้อดีของการไปผับ คือคนเยอะ เต้นกัน กระทบกระทั่งกันนิดๆหน่อย ก็ไม่เป็นไร (แต่ผมไม่ได้ไปกระทบกะคนอื่นนะ เพราะไม่ชอบอ่ะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาถึงตรงนี้ เริ่มรู้สึกไม่ชอบพฤติกรรมบางอย่างของเธอ (แต่ก็พอเข้าใจนะ ว่าถ้าไม่ทำ มันก็คุยกะคนอื่นไม่รู้เรื่องอ่ะ) คือเธอไปกระซิบข้างๆหู คนที่เธอคุยด้วยครับ เอาเถอะ เธอมาเที่ยวบ่อย การทำแบบนี้มันก็เรื่องธรรมดา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนนี้ เพื่อนเธอมาถามผมว่า ผมกินเหล้าหรือเปล่า ผมก็บอกไปว่า "ไม่เคยกินเลย" เธอก็บอกผมมาเหมือนกันว่า "ไม่กิน" ได้ยินแบบนี้ ผมก็โล่งใจหน่อย เพราะได้ยินมาว่า สาวเที่ยวผับ กินเหล้ากันทุกคนแหล่ะ อย่างน้อยเธอก็ไม่กินเหล้านะเนี่ย แต่แล้ว ไอ้ความรู้สึกนั้นมันก็หายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเพื่อนเธอ ส่งแก้วเหล้าที่เขากินอยู่มาให้เธอ เธอก็จิบครับ แต่จิบแล้วก็รีบกินโค้กตามไป ใจสลายไปอีกส่วนนึงครับ นี่เหรอที่บอกว่า "ไม่กิน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอยิ่งคนเยอะ ผมก็ยิ่งเซ็ง เพราะตอนนี้เธอสลัดคราบของคนที่ผมรู้จัก กลายเป็นสาวกลางคืนไปแล้ว ทำให้ผมอยากที่จะเดินหายไปจากตรงนี้นัก ประกอบกับคนที่โต๊ะก็เยอะเสียเหลือเกิน (ไม่รู้ไปขนมาจากไหนกันเยอะขนาดนี้) ผมเลยเดินออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างล่าง พักใหญ่ๆ ก่อนจะเดินกลับขึ้นไปใกล้ๆ โต๊ะ แต่ก็ไม่ได้กลับไปที่โต๊ะ ผมยืนไกลออกมาอีกหน่อย เพราะมองไป โต๊ะมีคนล้อมรอบกันหมดแล้ว และผมรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็นส่วนเกินพิกล ผมก็ยืนรอเวลาไปเรื่อยๆ ว่าเมื่อไหร่ โปเตโต้มันจะมาสักทีนะ (เวลาตอนนั้น สี่ทุ่มกว่าๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"มาทำอะไรอยู่ตรงนี้คะ" เธอถามผม พร้อมกับจับที่แขนผมเพื่อให้รู้ว่าเธอพูดกับผม เธอคงบังเอิญผ่านมาเห็นผม ตอนที่เธอเดินกลับมาจากห้องน้ำ"เปล่าจ้า ที่โต๊ะคนมันเยอะ ไม่มีที่ยืน เลยมายืนตรงนี้น่ะ" ผมตอบไป เพราะโต๊ะมันเยอะจนยืนไม่ได้เลยนี่นา"ว่างน่า ยืนได้ ไปเถอะค่ะ" เธอพาผมกลับมาที่โต๊ะ รู้สึกว่าคนมันก็ยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่อ่ะ แต่เอาเถอะ ไหนๆ เธอก็มาชวนแล้ว ก็เลยยืนต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พักใหญ่ๆ ต่อมา ก็ลงอีรูปเดิมอีกครับ ไอ้เพื่อนคนเดิมของเธอ ส่งแก้วเหล้ามาให้อีก เธอก็รับมาดื่มอีกอึกนึง ก่อนจะจิบโค้กตาม แล้วก็บ่นว่า "ขมจังเลยนะ" เอาเข้าไปเถอะครับ ผมเอง ชักรู้สึกเสื่อมศรัทธากับเธอมากขึ้นเรื่อยๆเป็นคำรบสอง ประกอบกับควันบุหรี่ และเวลาที่ไหลไปจนดึกขึ้นเรื่อยๆ ความง่วง ที่ผสมกันได้เข้ากันกับควันบุหรี่ ทำให้ผมต้องออกมาสูดอากาศข้างนอกอีกครั้ง คราวนี้กะว่าจะไม่กลับขึ้นไปแล้วครับ อยู่มันตรงนี้เลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องเจอกับควันบุหรี่ และเรื่องต่างๆ นานาที่ทำร้ายจิตใจ แต่ก็ไม่น่าเชื่ออีกเช่นกันครับว่าเธอตามผมลงมาข้างล่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เป็นยังไงบ้างอ่ะเบียร์ เบื่อหรือเปล่า" เธอถามผม&lt;br /&gt;"อ๋อ ไม่หรอก รู้สึกว่ามึนๆ เลยลงมาสูดอากาศสักหน่อยน่ะ" ผมบอกเธอไปตามนั้น โดยไม่ได้พูดอะไรมากกว่านั้น&lt;br /&gt;"ค่อยยังชั่ว เค้ากลัวว่าชวนมาแล้วจะทำให้เบียร์ไม่สนุก"&lt;br /&gt;"ไม่หรอก มาที่นี่ก็ได้รู้อะไรหลายอย่างดีน่ะ" ได้รู้เรื่องของเธอแบบนี้ อย่างน้อยผมก็คิดว่ามันคุ้มครับ ที่มา แม้จะต้องเศร้าใจก็เถอะ&lt;br /&gt;"แล้วเดี๋ยววันนี้ถ้ามันเลิกดึกมากๆ เอาไงดีคะ" เธอถามเผื่อตอนเธอกลับ&lt;br /&gt;"ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวเค้าไปส่งตะเองนะ" ผมบอกเธอไปแบบนั้น ดูเธอโล่งใจ แล้วก็หันไปมองรอบๆ คนเดินผ่านไปผ่านมา ก่อนจะพูดออกมาอีกว่า&lt;br /&gt;"เหล้านี่มันขมนะ" เปิดได้ตรงประเด็นมากครับ ผมเลยใส่เธอไป&lt;br /&gt;"แต่จริงๆ ถ้ากินไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็กินได้มากขึ้นเองแหล่ะ"&lt;br /&gt;"ตะเองอยากให้เค้ากินเหรอ" เธอหันมาถามผมด้วยสายตาแปลกๆ แบบไม่เชื่อว่าจะได้ยินจากปากผม&lt;br /&gt;"เปล่า ไม่อยากหรอก แต่เห็นว่าคนอื่นส่งมาให้กินก็กินน่ะ"&lt;br /&gt;"ก็แค่ลองนิดหน่อยเอง" ลองนิดหน่อย ไอ้การที่คนเราติดเหล้า ติดยา มันก็มาจากการ "ลอง" ทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ? ผมคิดในใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังไม่ทันที่จะคุยอะไรกันต่อ ด้านในก็มีเสียงโห่ร้องดังขึ้น คงเป็นสัญญาณว่าโปเตโต้มาแล้ว ผมกับเธอก็เลยชวนกันกลับขึ้นไปข้างบน แต่ไม่ใช่ครับ ยังไม่มา กว่าจะมาจริงๆ ก็นั่นแหล่ะครับ เที่ยงคืนกว่าเข้าไปแล้ว ผมก็รอจนเงกเลย เฮ้อ มันแย่ตรงที่คนเยอะมาก จากโต๊ะที่ยืนกันอยู่นี่ มองอะไรไม่เห็น เธอเลยชวนผมเดินไปตรงที่ๆ สามารถมองเห็นได้ ก็ดูกัน จริงๆ ผมเป็นคนไม่สนใจดูคอนเสิร์ตพวกนี้เท่าไหร่ แต่เห็นเธอชอบ และสนุก ผมก็ดีใจแล้วครับ คิดว่าไม่เสียที ที่มากับเธอวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ นักร้องโปเตโต้ลงจากเวทีกันไป (ผมไม่รู้ว่าผับมันปิดกันกี่โมง แต่ตอนที่จบ มันก็เกือบๆ ตีสองแล้ว) เธอก็ชวนผมกลับไปที่โต๊ะ ที่นั่น เพื่อนของเธอยังยืนกันอยู่ ในกลุ่มนั้น มีคนๆนึงที่ผมรู้ทีหลังว่าเป็น "น้อง" คนนึงในแผนกของเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พูดถึงน้องผู้ชายคนนี้ ขอเล่าย้อนไปหน่อยว่าก่อนหน้านี้ เธอเล่าให้ผมฟังว่าเขาเพิ่งจะบอกลาออกไปเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ผมจำได้ว่าวันนั้นเธอดูเศร้ามากๆ ที่น้องคนนี้ลาออก (เธอให้เหตุผลว่าน้องคนนี้คอยสอนงานเธอมาตลอด เป็นกำลังใจเวลาที่เธอท้อแท้กับงาน) ซึ่งผมมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปร้องไห้ด้วย กับการลาออกของน้องคนนี้ ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงได้เศร้าขนาดนี้ ตอนที่เธอเล่าให้ฟัง ผมปลอบใจเธอ โดยเล่าประสบการณ์ตรงของผมไปว่า มันเป็นเรื่องธรรมดา เพื่อนร่วมงาน พอถึงวันนึง มันก็ต้องไป ผมก็เคยผ่านช่วงเวลานี้ ตอนพี่ที่ทำงานเก่าผมออกกันเยอะๆ แต่ผมก็ออกด้วย เลยไม่ค่อยเศร้า เธอก็กระแทกผมกลับมาว่า แบบนี้เขาก็ต้องลาออกด้วยใช่ไหม? ผมก็บอกว่าไม่ได้ทำงานที่เดียวกันก็ไม่เป็นไร เพราะไม่ได้เลิกที่จะรู้จักกันสักหน่อย เธอก็บอกว่า พอไม่ได้ทำงานด้วยกัน เวลาเจอกันมันก็ไม่เหมือนตอนทำงานด้วยกันแล้ว ผมก็ได้แต่เลยตามเลยครับ อารมณ์นี้ โดยที่ตอนนั้น ไม่รู้สึกระแคะระคายอะไรกับคำพูดเหล่านั้นของเธอเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอไปคุยกับน้องคนนั้น แต่ผมไม่รู้ว่าเธอไปคุยอะไรกัน เพราะด้วยความที่รอบๆ ข้างเสียงดัง แต่สิ่งที่เธอทำ ผมแทบไม่เชื่อสายตาเลย ผมยืนอยู่ด้านหลังเธอ แต่ในมุมประมาณ 45 องศา เลยทำให้มองเห็นการกระทำของเธอได้ ซึ่งหลังจากที่ได้เห็นแล้ว คิดว่าไม่มาเห็นซะ มันคงดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอใช้สองมือของเธอ โอบไปที่คอของน้องคนนั้น แล้วค่อยๆโน้มตัวลงไปกอดเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมมองได้เท่านี้ แล้วก็เดินหลบออกมา เพราะไม่อยากจะมองมากกว่านั้นอีก ภาพที่เห็น ทำให้ผมรู้สึกหมดแรง แต่ยังดีที่สามารถจะประคองตัวเองให้ออกมาทางที่นั้นได้ เดินตรงมาด้านนอก น้ำตาปริ่ม ราวกับว่าจะขับหัวใจที่แตกสลายไปแล้วของผมออกมาด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอเดินออกมาเจอผม ผมเบือนหน้าหนี เพราะไม่อยากให้เธอเห็นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา สิ่งที่เธอทำลงไป ไม่รู้ว่าเธอทำโดยตั้งใจหรือว่าอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ผมอยากที่จะถามเธอ ว่าสิ่งที่ผมเห็นนั้น มันใช่ผมมองพลาดไปเองหรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราเรียกแท็กซี่ออกมาจากอาร์ซีเอกัน ผมมองไปนอกหน้าต่าง โดยที่เธอก็นิ่งเงียบ ไม่พูดจาอะไร ผมรู้ว่าเธอง่วงมากแล้วแน่ๆ เลยหันไปบอกเธอว่า&lt;br /&gt;"นอนไปเถอะ เดี๋ยวใกล้ๆถึงแล้วจะเรียกจ๊ะ"&lt;br /&gt;"ไม่เป็นไรหรอก อยู่เป็นเพื่อนกัน" เธอพูด ทั้งๆที่ตาเธอกำลังจะปิด&lt;br /&gt;"นอนไปก่อนเถอะจ๊ะ เดี๋ยวถึงแล้วเรียก ตัวเองง่วงนอนออกขนาดนั้น" ผมย้ำเธอไปอีกครั้ง เพราะอยากให้เธอได้พัก บ้านเธอไกลจากที่ทำงานมาก ยังไงคืนนี้เธอมีเวลานอนน้อยกว่าผมแน่ๆ ไอ้ผม ถึงบ้านช้ากว่า แต่ผมสามารถตื่น 8 โมงเช้าได้สบายมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อได้ยินดังนั้นเธอเอนตัวลงและนอนหลับไป ผมมองนาฬิกา มันเลยเวลานอนไปนานแล้ว ไม่แปลกที่เธอจะง่วงจนหลับได้ในเวลาไม่นาน ผมมองเธออย่างพินิศ ใบหน้ายามหลับของเธอดูอ่อนหวาน น่ารักไม่ต่างกับยามตื่น ในวินาทีที่ผมมีโอกาสได้เห็นนี้ มันคงจะดีมาก หากผมมีโอกาสที่จะได้มองเห็นใบหน้าของเธอแบบนี้ตลอดไป อยากที่จะมีเวทมนตร์สาปให้เธอตื่นขึ้นมาและมองแต่ผมคนเดียว แม้มันจะเป็นไปไม่ได้ แต่ผมก็อยากที่จะให้มันเป็นแบบนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมพยายามสลัดสิ่งที่เธอทำเมื่อครู่ออกไปจากความคิด ผมเคยบอกกับตัวเองตั้งแต่เมื่อครั้งก่อนๆแล้ว ว่าผมอยากจะอยู่กับเธอ เพื่อให้เธอสบายใจ ไม่อยากจะหาเรื่องไม่สบายใจมาให้เธอ เพราะตัวผมเอง เคยเผยความรู้สึกในใจให้เธอรับรู้บ้าง และพยายามที่จะถามความรู้สึกของเธอด้วย แต่เธอก็ไม่เคยที่ตอบผม เธอมักจะเลี่ยงหรือเบี่ยงกระเด็นเสมอ รวมไปถึงเวลาที่ผมชวนเธอไปไหน เธอจะทำที่ท่าว่าสนใจ แต่แล้วก็จะไม่พูดถึงมันอีก หลายครั้ง จนทำให้ผมเลิกที่จะชวน หรือถามเธอว่าเธอคิดอย่างไรกับผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอนึกถึงภาพเมื่อครู่ ผมรู้ตัวเลยว่าผมทำแบบนั้นไม่ได้ ยังไงซะ ภาพนั้นคงจะเป็นภาพที่ทำให้ผมรู้สึกได้ ว่าผมควรจะตัดใจจากเธอออกมาได้แล้ว หากผมมองไม่ผิด ใช่ ยังไงผมคงจะถามเธอให้แน่ๆ และหวังว่าสิ่งที่ผมมองเห็น มันจะเป็นแค่เพียงผมมองผิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รถพาเราทั้งสองคนมาถึงที่หมาย ผมปลุกเธอก่อนหน้านั้นพักนึง เพราะผมไม่เคยมาบ้านเธอ จึงต้องให้เธอเป็นคนนำทาง เมื่อเธอลงจากรถ เธอก็หันมาขอบคุณผม ผมก็ตอบไปอีกประโยค ก่อนจะกลับออกมา&lt;br /&gt;"ขอบคุณมากนะคะ กลับบ้านดีๆล่ะ"&lt;br /&gt;"ไม่เป็นไรหรอก มีเค้าอยู่ ก็เพื่อเวลาแบบนี้นี่"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระหว่างทาง ผมรู้สึกตัวว่าหากผมไม่ได้บอกความรู้สึกกับสิ่งที่ได้เห็นเมื่อสักครู่ ผมคงนอนไม่หลับแน่ๆ เลยตัดสินใจหยิบมือถือมาส่ง SMS ให้เธอ&lt;br /&gt;"ขอบคุณมาก วันนี้เราได้รู้อะไรหลายๆอย่าง บาดใจมาก"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กว่าผมจะได้นอนก็ตีสี่กว่าๆ เพราะระหว่างทางกลับ น้องผมยังไม่นอน เลยได้มันนี่แหล่ะ เป็นที่ปรึกษาให้ผม (ยังไงก็ขอบคุณน้องชายผมไว้ ณ ที่นี้ด้วย เพราะเช้าวันถัดมา เราก็ไปทำงานสายด้วยกันทั้งคู่)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาถึงที่ทำงาน หลังจากที่นั่งทำงานได้พักนึง เธอก็ IM มาหาผมครับ มาถามเรื่อง SMS ที่ผมส่งไปเมื่อคืน&lt;br /&gt;เธอ "เบียร์คะ เมื่อคืนส่งอะไรมา"&lt;br /&gt;ผม  "SMS น่ะเหรอ เดี๋ยวบอกละกัน แต่มีอะไรถามหน่อยได้ไหม เมื่อคืน คนนั้นนี่ ใช่คนที่ตะเองเคยพูดถึงป่ะ ที่ว่าจะออกน่ะ" (หมายถึงคนที่เขาเข้าไปกอด เพราะเธอยังไม่รู้ว่าผมรู้แล้วว่าเป็นคนเมื่อคืน)&lt;br /&gt;เธอ "คะ เอ๋ ทำมัยหรอ"&lt;br /&gt;ผม  "พอเข้าใจจ้าว่าวันนั้นที่เล่าให้เค้าฟังว่าจะออก ทำไมตะเองถึงได้เศร้าขนาดนั้น เพราะดูสนิทกันมากเลย"&lt;br /&gt;เธอ "ทำมัยคิดยั่งงั้นหล่ะคะ"&lt;br /&gt;ผม  "ไม่รู้เค้ามองผิดหรือเปล่านะ แต่ไอ้ตอนที่เราเดินกลับมาจากที่ไปยืนดูโปเตโต้แล้วกลับมาเจอน้องนั่นน่ะ"&lt;br /&gt;ผม  "มุมที่ตัวเค้าเองยืนอยู่ มันเป็นด้านหลัง คือถ้าเค้ามองผิด เค้าขอโทษตะเองด้วยนะ เพราะที่จะพูดต่อไปนี้ ถ้าเค้ามองผิด มันคงจะทำให้รู้สึกไม่ดีน่ะ"&lt;br /&gt;เธอ "ลองพูดให้ฟังได้ป่ะคะ"&lt;br /&gt;ผม  "คือมองเหมือนตะเองไปกอดน้องเค้าน่ะ มือสองข้างโอบไปด้านหลังน้องเค้า แล้วตะเองก็เลื่อนหน้าไปใกล้ๆน้องเค้า เค้ายืนด้านหลัง แต่ก็ไม่ได้หลังแบบหลังตรงๆ ยืนเฉียงๆหน่อยนึง ก็เลยรู้สึกว่าสนิทกันจริงๆแฮะ (ถ้ามองไม่ผิดอ่ะนะ)" จริงๆอยากจะบอกไปว่า สนิทกันเกินที่ควรจะเป็นนะ แต่ก็ไม่ได้พูดออกไปครับ&lt;br /&gt;เธอ "อ๋อ...  ม่ะมีอารัยเลยค่าาา"&lt;br /&gt;ผม  "เค้ามองไม่ผิดใช่ไหมล่ะ?"&lt;br /&gt;เธอ "ก้อยั่งที่เล่าให้ฟังแหล่ะค่ะ ว่าสนิทกันเหมือนพี่น้องมากกว่า"&lt;br /&gt;ผม  "วันที่เราไปท่าพระจันทร์ ตะเองเคยบอกเค้าว่า "ตะเองมีอิสระที่จะทำอะไร" เค้าก็เห็นด้วยนะ แต่เมื่อวานเห็นแล้วมันรู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะอ่ะจ้า เพราะคนที่เห็น บางคนเข้าใจก็ดี บางคนเข้าใจผิดก็มี ถึงที่นั่นจะไม่มีคนที่รู้จักตะเองไม่กี่คนก็เถอะ (ในความคิดของเค้านะ ยังไงถ้ามันไปล่วงเกินอิสระที่ตะเองเคยพูดไว้ก็ยกโทษให้เค้าด้วยนะ)" &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีครั้งนึงที่ผมไปท่าพระจันทร์กับเธอ แล้วระหว่างที่นั่งกินข้าวกัน ก็มีผู้ชายคนนึงโทรมา ผมไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่เหมือนพอปลายสายรู้ว่าเธอมากับผม ซึ่งเป็นผู้ชาย ก็มีอาการไม่พอใจ และเถียงกับเธออยู่นาน ผมเลยบอกเธอไปว่า ถ้าการที่เรามาด้วยกันแบบนี้ มันทำให้มีคนไม่พอใจ ให้บอกผม แล้วผมจะไม่ยุ่งอีก แต่เธอบอกว่า เธอเองก็มีอิสระที่เธอจะทำอะไรก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอ "^-^'  แค่ครั้งนั้นครั้งเดียวหน่ะหรอคะ" (ผมก็ไม่เข้าใจความหมายของเธอเหมือนกัน ว่าเธอต้องการจะสื่ออะไร)&lt;br /&gt;ผม  "ถ้าเรื่องของอิสระ ก็มีครั้งที่ไปท่าพระจันทร์นั่นแหล่ะ ที่คุยกันชัดที่สุดน่ะจ้า"&lt;br /&gt;ผม  "ส่วนที่เค้าคอมเม้นต์ ถ้าตะเองคิดว่ามันเป็นอะไรที่ไม่ควรพูด เค้าก็จะไม่พูดจ้า"&lt;br /&gt;เธอ " : )   ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง เค้าเข้าใจค่า"&lt;br /&gt;ผม  "ไม่เป็นไรจ้า นิสัยเค้ามันก็แบบนี้น่ะนะ หลายๆครั้งที่ยุ่งกับเรื่องของคนอื่นมากเกินไป"&lt;br /&gt;ผม  "หลายๆครั้ง มันเป็นการกระทำที่เกินไป จนบางครั้งเคยคิดว่าสิ่งที่ทำมานี่มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำหรือเปล่า"&lt;br /&gt;ผม  "(อันนี้เปลี่ยนหัวข้อนะ เดี๋ยวจะงง) จากเมื่อวาน เค้าก็ได้เห็นแล้ว หลังจากนี้ตัวเค้าก็ควรจะปฏิบัติต่อตะเองให้มันเหมาะสมกว่านี้จ้า"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จบตรงนี้ เธอก็ไม่ได้ตอบอะไรมาอีก เช่นเคยครับ ผมไปคุยเรื่องที่ "ล่วงล้ำ" อีกแล้ว แต่ครั้งนี้ คงเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุด สำหรับผม ก่อนนี้ผมเคยลังเลระหว่างความรู้สึกที่ว่า การที่เธอนิ่งเฉย เป็นเพราะเธอไม่ใช่คนที่ชอบเปิดเผยความรู้สึกของตัวเอง หรือไม่ต้องการจะบอกความจริงกับผมว่า เธอไม่เคยรู้สึกอะไรกับผมเลย มากกว่า "เพื่อน" อาจจะไม่อยากทำร้ายจิตใจผม หรือเพราะไม่อยากจะโกหก แต่ก็ยังอยากที่จะเก็บผมไว้ในฐานะของแควน (ควาย + แฟน) สำหรับใช้ในการให้ไปทำเรื่องต่างๆ ให้ เพราะผมรู้สึกว่า การที่เธอให้ผมไปผับกับเธอในวันนั้น เป็นเพียงแค่ต้องการให้ผมไปส่งเธอที่บ้าน เท่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าเธอไม่มีทางที่จะไม่รู้ถึงความรู้สึกที่ผมมีต่อเธอ แต่การที่เธอทำเรื่องแบบนี้ต่อหน้าผม โดยที่เธอไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเลยนี่ มันแย่มากๆ ในความรู้สึกของผม เรื่องนี้จบลงเพียงเท่านี้ครับ และผมก็ไม่คิดที่จะไปสานต่อความรู้สึกที่เคยมีอีกแล้ว เพราะเธอได้ตอกฝาโลง ฝังผมลงไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลาก่อนความรู้สึกดีๆ ที่ผมเคยมีให้เธอ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5249413055652597686-4832405179218741665?l=blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/feeds/4832405179218741665/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5249413055652597686&amp;postID=4832405179218741665' title='12 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/4832405179218741665'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/4832405179218741665'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/2007/06/blog-post_23.html' title='ความสนิทสนมของพี่น้องต่างสายเลือด กับน้ำตาลูกผู้ชาย'/><author><name>blackheart</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15177066885377680263</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>12</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5249413055652597686.post-3227884165562704534</id><published>2007-06-21T07:33:00.000+07:00</published><updated>2007-06-21T07:33:26.303+07:00</updated><title type='text'>เรื่องของงานปีใหม่</title><content type='html'>อาทิตย์ก่อนนี้ น้องที่เป็นหัวหน้าทีมของผม ได้ถามผมมาว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"P'Beer, do you want to be a commitee for New Year Party?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(น้องคนนี้แกพิมพ์ภาษาอังกฤษได้เร็วและเก่งมากๆครับ เลยไม่เคยเห็นแกพิมพ์ภาษาไทยเท่าไหร่)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมก็เลยถามน้องเขาไปว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่จริงๆใจผมก็อยากที่จะทำงานพวกนี้สักครั้ง อยากมีโอกาสที่จะได้รู้ว่าการทำงานร่วมกับคนอื่นๆ เพื่อคนหมู่มาก เป็นอย่างไร แม้ตัวเองจะเคยเป็นประชาสัมพันธ์รุ่นเมื่อครั้งที่เรียนปริญญาตรีที่เกษตร แต่ผมเองก็ไม่เคยได้ลงมาทำงานจัดทริปรุ่นแบบเต็มๆตัว (ปล่อยคนอื่นไปหาสถานที่ ดิวกะเจ้าของโรงแรมกันเอง) แต่แปลกใจอย่างว่าทำไมงานของที่นี่ ถึงได้เตรียมตัวกันเร็วขนาดนี้ จะว่าจัดงานพร้อมกันทั้งโลกก็คงไม่ใช่ เพราะมันแค่ในฝ่าย EMIT เท่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม ผมก็ตอบตกลงไป เพราะว่าอยากที่จะได้มีโอกาสลองงานแบบนี้สักครั้ง คนเราเกิดมาครั้งเดียว ใช้ชีวิตก็ต้องให้คุ้มหน่อย จริงไหมครับ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"งานปีใหม่" ผมหลับตา และรำพึงกับตัวเอง นานแค่ไหนแล้ว ตั้งแต่วันที่ผมได้เจอเธอครั้งแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคิดของผมค่อยๆ ย้อนไป ย้อนกลับไปถึงวันนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เบียร์ ไปหรือเปล่า งานปีใหม่น่ะ" เพื่อนในทีมของผมถามขึ้น&lt;br /&gt;"ไปดีไม่ไปดีหว่า งานมันสนุกไหมอ่ะ" ผมถามกลับ เพราะตัวเอง เข้ามาทำงานไม่นานนัก ไม่ค่อยรู้จักใครเท่าไหร่ นอกจากคนในทีม กับเพื่อนที่เรียนปริญญาตรีมาด้วยกัน&lt;br /&gt;"ก็คงสนุกอยู่หรอก มีจับรางวัลด้วยนะ" เพื่อนผมตอบ จริงๆ ไอ้จับรางวัลน่ะ ผมไม่สนอยู่แล้ว เพราะตัวเองไม่เคยมีโชคทางนี้มาแต่ไหนแต่ไร แต่เพื่อนผมนี่ เมื่องานที่ผ่านมา มันได้เครื่องปั่นน้ำผลไม้ไปฟรีๆ จากการจับรางวัล อิจฉามันจริงๆ&lt;br /&gt;"คราวนี้จะไปเอาอะไรอีกล่ะ" ผมแซว&lt;br /&gt;"สรุปก็ไปละกันนะ ใกล้บ้านด้วยไม่ใช่เหรอ พวกพี่หนิงก็ไปนะ" เพื่อนผมย้ำอีกรอบ&lt;br /&gt;"เออ ได้ๆ เดี๋ยวเราไปละกัน" ผมตกปากรับคำไปงั้นๆ เดี๋ยววันจริงค่อยคิดอีกทีว่าจะยังไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงเวลาแห่งความทรงจำของผมช่วงนึง แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ เพียงแค่สองเดือน กับการทำงานที่บริษัทยักษ์ใหญ่สีฟ้าแห่งนี้ (แต่ขายกิจการพีซีและโน๊ตบุ๊คให้กับบริษัทจากเมืองจีนแล้ว) แต่ก็ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ได้โอกาสที่จะทำงานอย่างที่เป็นผู้ใหญ่ คือมีอิสระในการคุมงานเอง คุยกับผู้ใช้งานโปรแกรมเอง ทดสอบโปรแกรมเอง และอะไรอีกหลายๆอย่างเอง ซึ่งที่ทำงานก่อนหน้านี้ ผมไม่เคยได้มีโอกาสแบบนี้มาก่อน ได้รู้ว่าตัวเองยังชอบ และสนุกกับการเขียนโปรแกรมอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มานึกๆดู บางครั้งก็ยังเสียดาย ที่ตัวเองไม่สะดวกในการเดินทาง และข้อจำกัดของสถานที่ทำงานอย่างรุนแรง ทำให้ต้องลาจากที่แห่งนั้นมาเร็ว อย่างที่ตัวผมเองไม่เคยคิดมาก่อน (ตอนนั้นเล่นลาออกมันวันสิ้นปีเลย เหอะๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานปีใหม่ ซึ่งจัดที่โรงแรมแชงกรีล่า แถวๆ บางรัก ได้เลือกเอาวันที่ 23 ธันวาคม ช่วงค่ำๆ เป็นต้นไป ตัวผมเอง ซึ่งคิดอยู่หลายตลบ ว่าจะมาดีไหม เพราะว่าตัวงานท่าทางจะใหญ่ เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย มากจนคงจะไม่มีใครสนใจว่าการไปหรือไม่ไปของผมจะมีความหมาย แต่เมื่อมาคิดอีกที การที่ผมไปงานของที่นี่ บางทีอาจจะมีอะไรดีๆ ก็ได้ เพราะถ้าหากปีหน้า ผมไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ก็คงไม่สามารถที่จะมางานของที่นี่ได้อีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคิดเช่นนั้น พาผมออกมาจากบ้าน ขึ้นรถตรงไปยังโรงแรมแห่งนี้ ผมไปถึงในเวลาไม่นานนัก แม้ว่ารถจะติดก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โรงแรมแชงกรีล่านี้ จัดว่าอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดแห่งนึงในกรุงเทพฯ เพราะว่าติดแม่น้ำเจ้าพระยา เวลากลางคืน หากมีโอกาสได้ไปยืนชมวิวที่ริมน้ำแล้ว จะเห็นแสงไฟระยิบระยับของตัวเมือง ตัดกับผิวน้ำที่เงียบสงบราวกลับจะกลืนทุกอย่างลงไปได้อย่างลงตัว สิ่งนี้ถือเป็นปฏิมากรรมจากธรรมชาติ ผสานกับสิ่งก่อสร้างของมนุษย์ที่ลงตัวสิ่งหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเดินมาหยุดอยู่ตรงที่ริมน้ำพักใหญ่ๆ การมองสายน้ำในเวลากลางคืนแบบนี้ ทำให้ใจผมสงบลงได้อย่างประหลาด ลืมความสับสนและรุ่มร้อน ที่จะต้องตัดสินใจว่าปีหน้า จะยังคงทำงานอยู่ที่นี่ต่อ หรือจะไปอยู่อีกที่หนึ่งดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืนที่ตัวเองไม่ค่อยจะได้มีโอกาสสัมผัส ผมก็กลับเข้าไปในบริเวณงาน เพื่อลิ้มลองของอร่อย ของโรงแรมแห่งนี้ ระหว่างที่มองหาของกิน ผมก็เจอเพื่อนของผมคนนึง ซึ่งเคยเรียนด้วยกันตอนปริญญาตรี เขาเข้ามาทำงานที่นี่ตั้งแต่ตอนเรียนจบได้ไม่นาน ผมเคยเจอเขา เมื่อวันที่เข้าทำงานที่นี่วันแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อ้าว เน็ต เป็นไง" ผมทัก&lt;br /&gt;"อ้าว เบียร์เองเหรอ" เน็ตหันมามองผม ในมือเขาถือจานใบใหญ่ ซึ่งมีอาหารชนิดซ้ำๆกันหลายอย่าง&lt;br /&gt;"เป็นไงบ้าง งานเยอะไหม" ผมถาม&lt;br /&gt;"ก็เรื่อยๆแหล่ะ เบียร์ล่ะ"&lt;br /&gt;"สนุกดี อยู่ที่นี่ เหมือนตัวเอง ได้กลับมาเป็นตัวเองอีกครั้งนึง" (ช่วง 10 เดือนก่อนนี้ ผมไปทำอะไรที่ไม่ค่อยเป็นตัวเองมาอ่ะครับ)&lt;br /&gt;"ก็ดีแล้วนะ แล้วมาคนเดียวเหรอ"&lt;br /&gt;"ก็ใช่ เราไม่มีคนที่จะชวนมาด้วยน่ะสิ แล้วเน็ตล่ะ"&lt;br /&gt;"เรามีคนมาด้วยน่ะ นี่เดินมาตักอาหารไปฝากเขา เบียร์ไปกินด้วยกันไหมล่ะ" เน็ตถาม ผมเดาเอาว่าเขาคงมากะแฟนแหล่ะ เพราะเพื่อนผมคนนี้ คารมดี เป็นที่เฮฮาในหมู่เพื่อนฝูงมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เลยตอบตกลงไป เพราะว่าผมเองก็อยากเห็นเหมือนกันว่าแฟนเขาเป็นใคร ยังใช่คนเดิมอยู่ไหม (ก่อนนี้เน็ตเคยมีแฟนมาแล้วคนนึง ในช่วงที่เรียนตรีอยู่)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เน็ตพาผมเข้ามาในตัวงาน ใกล้ๆเวที จะมีโต๊ะแนวๆ โต๊ะจีนอยู่ แต่พนักงานที่มากันแบบเป็นครอบครัว ก็ไปยึดโต๊ะไว้หมดแล้ว พวกเราๆ ที่มาทีหลัง ก็เลยต้องมาหาที่วางจานชามกันเอาตรงบริเวณที่พอจะมีที่วางได้กันเอาเอง เราเดินจนมาถึงที่ๆ มีคนรอเขาอยู่ เป็นผู้หญิงสองคน ยืนอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นี่เบียร์ เพื่อนเราเอง" เน็ตแนะนำผมให้กับผู้หญิงสองคนนั้น&lt;br /&gt;"เบียร์ นี่แมว แฟนเราเอง" เน็ตผายมือไปทางผู้หญิงผมสั้นที่ยืนอยู่ติดกัน ผมโค้งเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้ม แทนการบอกว่า "ยินดีที่ได้รู้จัก" จากนั้น เน็ตก็แนะนำอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆแมว&lt;br /&gt;"คนนี้เพื่อนเรา ที่เรียนที่จุฬาด้วยกัน ชื่ออร"&lt;br /&gt;"สวัสดีครับ ผมเบียครับ" เธอสะดุดตาผมตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าเป็นเพื่อนเน็ตแล้วครับ ดังนั้นการที่เน็ตแนะนำ จึงเป็นโอกาสที่ทำให้ผมได้มองเธออย่างเต็มตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใบหน้าที่ยิ้มแล้วเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพ ฉายออกมาจากเธอ ในช่วงจังหวะที่เธอยิ้มให้ผม ผิวขาวที่ตัดกับชุดสีดำที่เธอใส่ รับกันได้อย่างลงตัว และเสริมให้เธอดูเด่นขึ้นอีก (จากเดิมที่เด่นในสายตาของผมอยู่แล้ว) ผมที่ยาวประบ่าดูมีน้ำหนัก บ่งบอกถึงความเอาใจใส่ต่อตัวเธอเอง&lt;br /&gt;"อรค่ะ" น้ำเสียงที่ออกมา ราวกับฉาบไปด้วยน้ำผึ้งของเธอ ทำให้ผมอึ้งไปอยู่พักใหญ่ๆ&lt;br /&gt;"เอ่อ ครับ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมนิ่งไปอยู่พักนึง ได้แต่มองไปที่ใบหน้าของเธอ ก่อนที่จะพูดออกมาว่า&lt;br /&gt;"ยินดีที่ได้รู้จักครับ" ต่อหน้าเธอ การจะพูดแต่ละคำ ไม่ใช่ง่ายๆ เลยครับ จริงๆ ชีวิตมาเอาป่านนี้แล้ว ได้พบเจอผู้หญิงก็หลายคน แต่ครั้งนี้ ยอมรับเลยว่า เป็นครั้งที่ผมรู้สึกลำบากที่สุด ในการจะเอ่ยแต่ละคำออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอยิ้มตอบผมแทนคำตอบที่ว่า "ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ" หวังว่าผมคงไม่ได้คิดเองเออเองคนเดียวหรอกนะ ^_^&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่ผมส่งสายตาให้เธอ ก็หันกลับมาคุยกับเน็ตต่อ&lt;br /&gt;"เน็ต เราจะบอกว่า ปีหน้า เราอาจจะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วนะ"&lt;br /&gt;"อ้าว จริงเหรอ แล้วจะไปที่ไหนล่ะ"&lt;br /&gt;"ก็ไปที่ xx น่ะ เราสัมภาษณ์ได้ทั้งสองที่ ทีแรกเราตั้งใจจะมาลองงานที่นี่ก่อน ว่าชอบไหม จริงๆ เราก็ชอบที่นี่นะ แต่เสียว่ามันไกลไปหน่อย กลางวันเราไม่สามารถไปทำอย่างอื่นได้เลยน่ะ"&lt;br /&gt;"เราเข้าใจเบียร์ เพราะเราเอง ถ้าเราต้องไปที่นั่น มันก็เป็นอะไรที่ลำบากมากๆเหมือนกัน"&lt;br /&gt;"ปีหน้าก็ไม่ได้เจอกันแล้วนะ" ผมบอกเน็ตไป แต่จริงๆ ถึงผมอยู่ ก็คงไม่ได้เจอเหมือนกันแหล่ะ เพราะทำงานคนละที่&lt;br /&gt;"จริงๆ อรเขาก็รอผลสัมภาษณ์งานที่บริษัทที่เบียร์จะไปอยู่เหมือนกันนะ"&lt;br /&gt;"จริงเหรอ" ผมถามงงๆ แล้วก็หันไปทางอร&lt;br /&gt;"ใช่ค่ะ อรไปสัมภาษณ์มาเมื่ออาทิตย์สองอาทิตย์ก่อนนี่แหล่ะ แต่ยังรอผลอยู่เลย ไม่รู้ว่าตอนเบียร์สัมภาษณ์ รอนานไหม"&lt;br /&gt;"เอ ประมาณเดือนนึงนะ จำได้ว่าตอนวันที่เขาโทรมาบอกว่าได้ เป็นวันก่อนที่เราจะเริ่มทำงานที่นี่น่ะ เลยแทนที่จะได้เริ่มงานที่นี่อย่างมีความสุข กลายเป็นเริ่มแบบมีอะไรในใจไปเลย" ผมพูดแบบติดตลก แต่แน่นอนว่า ชีวิตจริงๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ มันไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ การเลือกในสิ่งที่มัน(ดูแล้วว่า)ดีทั้งคู่ ลำบากมากๆครับ&lt;br /&gt;"เหรอคะ จะได้กะได้ว่าอรจะได้หรือไม่ได้" เธอพูดด้วยสีหน้าเป็นกังวลเล็กน้อย&lt;br /&gt;"แล้วตอนนี้อรทำงานอะไรอยู่ล่ะ" ผมถามไป&lt;br /&gt;"ตอนนี้ทำงานอยู่กับอาจารย์น่ะ" เน็ตตอบ แหม ขอฟังเสียงเพราะๆ ของอรหน่อยก็ไม่ได้ "-_-&lt;br /&gt;"คิดว่าไม่มีปัญหาหรอกจ้า เราว่าอรน่าจะได้แหล่ะ" ผมให้กำลังใจอร โดยที่ไม่ได้รู้เลย ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร (ลองอ่านๆ ในตอนที่ออกมาก่อนนี้นะครับ)&lt;br /&gt;"ภาษาเราไม่เก่งค่ะ"&lt;br /&gt;"ไม่เป็นไรหรอก มันฝึกกันได้ ของแบบนี้ มั่นใจในตัวเองหน่อย" ผมตอบเธอไป ในใจคิดว่า ถ้าเธอได้เข้ามาทำงานที่เดียวกับผม คงจะดีไม่น้อย :)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนกระทั่งงานแสดงบนเวทีเริ่มขึ้น ผมจึงได้ขอลาจากเน็ตออกมา เพราะดูแล้ว พวกเขาอาจจะอยากมีอะไรคุยกันก็ได้ และพอดีกับชุดที่กำลังจะเริ่มแสดง เป็นน้องในทีมของผมคนนึงแสดง เลยต้องไปดูสักหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากจะนับไป วันนี้ ถือได้ว่าเป็น "จุดเริ่มต้น" ของผมกับเธอ จุดเริ่มต้นของ "หัวใจแห่งรัตติกาล"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องอื่นๆ ที่ดีและไม่ดี จะค่อยๆเสริมลงมาครับ ^_^&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5249413055652597686-3227884165562704534?l=blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/feeds/3227884165562704534/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5249413055652597686&amp;postID=3227884165562704534' title='4 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/3227884165562704534'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/3227884165562704534'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/2007/06/blog-post.html' title='เรื่องของงานปีใหม่'/><author><name>blackheart</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15177066885377680263</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5249413055652597686.post-3666951377836041235</id><published>2007-06-21T07:30:00.001+07:00</published><updated>2007-06-21T07:30:40.023+07:00</updated><title type='text'>สถานที่อโคจร</title><content type='html'>หลังจากห่างหาย blog ไปนานเนื่องจากภารกิจที่รัดตัวมากๆ ครับ วันนี้เลยตัดสินใจว่ายังไงก็ต้องมาเขียนให้ได้สักเรื่อง ซึ่งรู้สึกว่าตอนนี้เหมาะที่สุดที่จะเขียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้คุยกับ "เธอ" (คนที่คุณก็รู้ว่าใคร) เรื่องคอนเสิร์ตของนักร้องกลุ่ม "โปเตโต้" ว่าจะมาเล่นที่ "สลิม" (ผับชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านอาร์ซีเอ) ในวันอังคารที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา เธอเปรยว่าอยากดูมากๆ เพราะเธอเป็นแฟนประจำของวงนี้ (แนวๆว่าเครซี่เลยก็ว่าได้) แต่เนื่องด้วยมันเป็นวันธรรมดา ซึ่งวันรุ่งขึ้นยังคงต้องทำงานกันอยู่ ไม่ได้เป็นวันศุกร์หรือเสาร์ เธอจึงกลัวว่าเพื่อนๆ เธอจะไม่ไปกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตามฟอร์มของคนที่ "ไม่เข็ด" อย่างผม เมื่อมีแพทเทิร์นของประโยคแนวๆ นี้จากปากเธอ ผมก็รี่เอาตัวกระโดดลงกับดักที่เธอวางเอาไว้ (แบบรู้อยู่ว่าดัก แต่ก็ยังคงเต็มใจให้เขาดัก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เราไปด้วยได้นะ ถ้าตัวเองไม่มีคนไปด้วยน่ะ" (โดยที่ตัวผมเอง ไม่รู้หรอกครับว่าสถานที่ๆว่าน่ะ มันเป็นยังไง เพราะเกิดมาไม่เคยไปเลยสักครั้ง แม้ว่าเมื่อ 2-3 ปีก่อนจะทำงานอยู่แถวๆนั้นก็เถอะ) ซึ่งเธอก็ไม่ปฏิเสธ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่มีโอกาสได้คุยกับเธออีก เพราะถ้าผมไม่ได้โทรหาเธอ เราก็จะไม่มีโอกาสไดุ้คุยกัน (ปกติ ถ้าเธอเป็นฝ่ายโทรมาก่อน เธอจะโทรมาเพราะมีเรื่องอะไรบางอย่าง ไม่เหมือนผม เวลาโทรหาเธอ ไม่มีเรื่องอะไรหรอก เป็นการโทรเพื่อไปเอาเรื่องหนักอกมาจากเธอมากกว่า) จนกระทั่งวันจันทร์ที่ผ่านมา (18 มิ.ย.) วันนั้นเธอไปเทรนนอกสถานที่และไม่ได้กลับเข้ามาทำงาน เธอกดมาหาผมตอน 5 โมงกว่าๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บอกตรงๆ ว่าดีใจมากๆ ที่เธอโทรมาครับ (อารมณ์นั้นนี่แบบว่า โห เขาคิดถึงเราเหรอเนี่ย ดีใจจัง) ผมก็เลยโทรกลับ ได้ความว่าเธอกำลังกลับบ้าน อีกพักใหญ่ๆ คงจะถึง เราก็คุยกันในเรื่องสัพเพเหระหลายๆเรื่อง เวลาผ่านไปรวดเร็ว จนกระทั่งเธอเริ่มเรื่อง ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องหลัก ที่ทำให้เธอโทรมาหาผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เบียร์ เค้าอยากไปดูโปเตโต้พรุ่งนี้อ่ะค่ะ"&lt;br /&gt;"ที่คุยกันไว้ตั้งแต่ก่อนนั้นน่ะเหรอ"&lt;br /&gt;"ใช่ค่ะ"&lt;br /&gt;"สรุปแล้วเพื่อนๆ ตะเองไปกันหรือเปล่าล่ะ" ผมถามไป เพราะว่าถ้าเธอมีเพื่อนไปแล้ว ผมจะไม่ไป ตัวผมเอง เป็นคนที่เข้ากับคนอื่นไม่ค่อยได้เท่าไหร่ เวลาที่ไปในที่ๆมีกลุ่มคนที่ผมไม่รู้จักอยู่ด้วย ผมมักจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินเสมอ และไม่อยากให้เธอต้องมาพะวงเรื่องเทคแคร์ผม ระหว่างที่อยู่ในนั้นด้วย&lt;br /&gt;"ยังไม่มีใครคอนเฟิร์มเลยค่ะ เพราะว่ามันเป็นวันทำงานน่ะ"&lt;br /&gt;"ก็ดูแล้วกันจ๊ะ ถ้าเกิดว่าไม่มีใครไป เดี๋ยวเค้าไปด้วย"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากนั้นเราก็คุยกันในเรื่องอื่นๆ จนกระทั่งเธอถึงบ้าน ผมก็มานั่งคิดว่าจะทำยังไงดีหว่า ตัวผมเองไม่เคยไปสถานที่พวกนี้เลย ในความคิดของผม "ผับ" เป็นสถานที่ๆ มันอึกทึก เต็มไปด้วยควันบุหรี่ และเหล้า ตัวผมเอง ไม่กินเหล้า และไม่สูบบุหรี่ แถมไม่ค่อยชอบที่ๆเสียงดังๆ อีกต่างหาก เลยไม่เคยมีความคิดเลยว่าอยากจะไปสถานที่เหล่านี้ แต่เอาเถอะ เธออยากไปจนถึงขนาดมาออกปากชวนผมแบบนี้ ไม่ไปกับเธอก็ยังไงอยู่ ถือว่าเป็นโอกาสที่จะได้ไปเรียนรู้ว่า "ผับ" มันเป็นยังไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และแล้ว เวลาก็เดินมาถึงวันอังคารช่วงเย็น เธอกดมาหาผมช่วงหลัง 5 โมงเย็น ผมโทรกลับไปหาเธอ&lt;br /&gt;"เป็นไงบ้างจ๊ะ"&lt;br /&gt;"ตอนนี้อยู่ที่อโศกแล้วค่ะ เพิ่งเลิกมานี่ล่ะ"&lt;br /&gt;"แล้วสรุปเพื่อนๆ ตะเองมากันหรือเปล่าล่ะจ๊ะ"&lt;br /&gt;"ยังไม่ตอบกันเลยค่ะ เพราะดูเหมือนว่าทุกคนจะงานยุ่ง"&lt;br /&gt;"อือม์ แล้วแบบนี้ จะให้เค้าไปด้วยไหม?"&lt;br /&gt;"อยากให้มาด้วยกันค่ะ" เธอตอบมา ประโยคนี้ ผมเคยได้ยินแล้ว จากปากเธอ เมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนที่เธอชวนผมโดดงานเพราะจะไปทำอะไรบางอย่าง (แต่ผมไม่ได้โดดนะ แก้ตัวเอาว่าวันนั้นมีประชุม)&lt;br /&gt;"ได้จ๊ะ งั้นเดี๋ยวเก็บงานอีกหน่อยแล้วจะรีบตามไป เจอกันที่รถใต้ดินตรงอโศกละกัน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเก็บงาน แล้วก็ตามเธอออกมา เรานั่งรถไฟใต้ดินมาออกที่สถานีเพชรบุรี ก่อนจะต่อรถแท็กซี่เข้าไปยังอาร์ซีเอ (สถานที่นี้ ผมมีความหลังเยอะครับ เพราะเคยทำงานอยู่แถวๆนี้ แต่ไม่เคยมาเที่ยวนะครับ) เรามาถึงกันตอน 6 โมงกว่าๆ ตัวผมเองไม่ได้กินข้าวมา เลยไปหาร้านข้าวนั่งกินกัน ผมเืลือก "จักรแพง" เป็นมื้อเย็น เนื่องจากผมไม่ได้มีโอกาสกินมาเป็นระยะเวลานาน แม้ว่ามันจะมีสาขาอยู่ใกล้ๆ ที่ทำงานผมก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระหว่างนั่งกิน เพื่อนเธอโทรเข้ามา ผมเดาว่าเป็นคนที่เธอชวนๆไว้ ผมไม่ได้อยากจะฟังบทสนทนาของเธอเท่าไหร่ เลยได้ยินเธอคุยกันกับปลายสายที่โทรมา ลักษณะเหมือนเธอกำลังโน้มน้าวให้คนที่เธอคุยด้วย ตามมาเที่ยวด้วยกันคืนนี้&lt;br /&gt;"มาเหอะ ไม่มานี่เหงานะ" ฟังแล้วบาดใจมากๆ ครับคำนี้ ประโยคสนสทนาก่อนหน้านี้ เธอได้บอกกับคนที่คุยด้วยแล้ว ว่าตอนนี้มีแค่ผมกับเธอที่ไปแน่ๆ แล้วเธอยิงประโยคนี้ออกมา หมายความว่าการที่ผมมากับเธอด้วยนี่ ผมไม่ได้มีค่าอะไรเลยเหรอ? มันไม่ได้ก่อประโยชน์อะไรให้เธอเลยงั้นเหรอ?  (แต่ในตอนท้าย การที่ผมมากับเธอ ผมมีประโยชน์สำหรับเธอนะครับ เพราะบทบาทของผมในการที่เธอให้ผมมาที่นี่ด้วย มันถูกกำหนดเอาไว้แล้ว) ผมเป็นคนที่ค่อนข้างจะคิดมาก กับคำพูดเหล่านี้ ถ้าเป็นผม ผมคงจะใช้คำว่า "มาเถอะ มาหลายคนจะได้สนุกๆ" มากกว่า แต่เอาเถอะ ระหว่างที่คุย เธอคงอยู่ในโลกส่วนตัวของเธอมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากเธอวางสาย เธอก็เล่าว่า ตอนนี้กลุ่มที่เธอชวนไว้กำลังจะมากัน โดยที่ในกลุ่มนั้นอาจจะไม่มีผู้หญิงมาด้วย แล้วเธอจะเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มที่มา&lt;br /&gt;"ดีที่เบียร์มาด้วยนะคะเนี่ย" เธอบอกออกมา เล่นเอาผมงงไปเลยครับ&lt;br /&gt;"เราเป็นผู้ชายนะ" ผมบอกเธอ เพราะไม่เข้าใจใรสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อออกมา&lt;br /&gt;"เค้าน่ะ ไว้ใจเบียร์มากกว่าพวกที่กำลังจะมานะ" เอาเข้าไปครับ ยิงประโยคนี้ออกมา ผมก็อึ้งไปแหล่ะ (อึ้งแบบดีใจๆ) แล้วก็ไม่เข้าใจความหมายที่เธอต้องการจะสื่อออกมาด้วย แต่ชั่วโมงนั้น ได้แต่เออออห่อหมกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราเช็คบิลที่ร้านจักรแพง และออกมาเดินดูว่าพอจะทำอะไรเพื่อฆ่าเวลาได้บ้าง ก็เหลือบไปเจอร้านคาราโอเกะ เลยเข้าไปร้องเพลงกัน (มันติดไว้หน้า้ร้านว่าชั่วโมงละ 99 ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ต้องบังคับสั่งผ้าเย็นคนละผืน ซึ่งพอคิดเงินออกมาแล้ว ร้องกันชั่วโมงเดียว ไม่ได้สั่งอะไรเลย แต่ราคาออกมาที่ 341 บาท แหม ทำไปได้) เธอก็กดๆ เอาเพลงของโปเตโต้มาร้องให้ผมฟัง เป็นการปูพื้นให้ชิน ก่อนที่จะไปดูการแสดงจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากร้องเพลงเสร็จตอนสองทุ่มครึ่งกว่าๆ เพื่อนๆเธอ ยังมากันไม่ถึง เราเลยไปนั่งรอกันที่ท้อปส์ นั่งคุยกันในหลายๆ เรื่อง เธอบอกว่าเธอเป็นคนที่ชอบแสดงนิสัยออกมาแบบตรงๆ และไม่ค่อยแคร์ หากคนที่พบเจอจะรับกับนิสัยตรงนั้นของเธอได้หรือไม่ได้ ถ้าหากไม่ได้ ไม่ต้องการจะคบกันก็ไม่เป็นไร จากนั้นเธอจึงหลุดประโยคนึงออกมา&lt;br /&gt;"เลยได้อยู่คนเดียวมาจนทุกวันนี้แหล่ะ" แสดงว่าตอนนี้เธอก็โสดสิครับ !!! ได้ยินแบบนี้ก็โล่งหน่อย ผมยังมีหวัง (มั้ง) แต่หลังจากจบเรื่องนี้ ผมคงเลิกหวังได้ 100% ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในที่สุดก็ได้เวลาสักที ที่จะไปยัง "สลิม" ผับที่ผมผ่านด้านหน้ามาเป็นเวลานานสองนาน แต่ไม่เคยได้เข้าไปสักครั้ง นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของผมจริงๆ ที่มีโอกาสได้มาสถานที่ๆเรียกว่า "ผับ" เธอเดินนำผมไปก่อน การจะเข้าไปในผับ จะต้องผ่านการตรวจบัตรประชาชนก่อน ตอนเธอเดินเข้าไป  คนเฝ้าเขาขอตรวจบัตรนะ แต่พอผมเดินเ้ข้าไป เขาไม่ดูอ่ะ หน้าตูนี่มันแก่งั้นเลยเหรอ(วะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนที่ผมจะมา ผมได้หาข้อมูลเกี่ยวกับที่นี่มาบ้างแล้ว จากเพื่อนในเว็บๆนึง สำหรับใครที่ไม่เคยไป ก็ขอมาเสริมความรู้ให้นะครับ (ก็อปมาจากคำตอบของคุณ &lt;span class="name"&gt;&lt;a name="1131560"&gt;&lt;/a&gt;&lt;b&gt;Testudo!&lt;/b&gt;&lt;/span&gt; ครับ ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย)&lt;br /&gt;ั&lt;br /&gt;ข้างใน Slim มันจะมี 3 zoneนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Slim Live (คิดถูกแล้วที่ไป zone นี้) โทรจองได้ที่เบอร์  081-645-1166&lt;br /&gt;Slim Hiphop (ขนาดผมวัยรุ่นๆ เข้า zone นี้ไปยังปวดหัวเลย) Tel:  081-645-1177&lt;br /&gt;Slim Flix (เพลง dance แบบปวดหัว) Tel: 081-645-1177&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างที่ผมคิดครับ ข้างในนี่ มีแต่ควันบุหรี่ คนสูบกันแบบว่าเยอะมากๆ กินเหล้ากันให้เพียบอีกต่างหาก "-_-&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งกลุ่มเพื่อนของเธอ เริ่มมากันเรื่อยๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องของสถานที่ "อโคจร" (สำหรับผม) ก็จบลงตรงนี้ครับ แต่เรื่องนี้มีตอนต่อ (แต่ไม่แน่ใจว่าจะต่อในตอนเดียวจบไหม) คือ "ความสนิทสนมของพี่น้องต่างสายเลือด"&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5249413055652597686-3666951377836041235?l=blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/feeds/3666951377836041235/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5249413055652597686&amp;postID=3666951377836041235' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/3666951377836041235'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/3666951377836041235'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/2007/06/blog-post_21.html' title='สถานที่อโคจร'/><author><name>blackheart</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15177066885377680263</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5249413055652597686.post-454228735648031131</id><published>2007-06-12T20:11:00.000+07:00</published><updated>2007-06-12T20:11:28.931+07:00</updated><title type='text'>จุดเริ่มต้นของหัวใจดวงใหม่</title><content type='html'>ในความมืดมิด ย่อมมีแสงสว่างฉันท์ใด ในยามรัตติกาลก็มีแสงจันทร์ฉันท์นั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขึ้นหัวเรื่องไว้ก่อน แล้วเดี๋ยวมาต่อครับ ^_^&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5249413055652597686-454228735648031131?l=blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/feeds/454228735648031131/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5249413055652597686&amp;postID=454228735648031131' title='6 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/454228735648031131'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/454228735648031131'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/2007/06/blog-post_12.html' title='จุดเริ่มต้นของหัวใจดวงใหม่'/><author><name>blackheart</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15177066885377680263</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5249413055652597686.post-6299343539248617527</id><published>2007-05-30T18:35:00.000+07:00</published><updated>2007-05-30T18:35:08.197+07:00</updated><title type='text'>ใจของฉันกับวันของเธอ 2</title><content type='html'>เมื่อตอนบ่าย ความระทึกใจของบ้านเมืองเราได้เริ่มขึ้น ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยการยุบพรรคการเมือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องที่ผมได้เจอตอนบ่ายโมงสิบนาที ก็ระทึกไม่แพ้กันครับ เมื่อผมได้รับข้อความนี้จากเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เบียร์ เกิดอารัยขึ้น.. เป็นอารัยทำมัยไม่คุยกันให้เข้าใจคะ ทำกันแบบนี้ เสียความรู้สึกมากๆ ค่ะ.. ไม่เคยคิดเลยว่าเบียร์จะใจร้ายได้ขนาดนี้ ไม่เข้าใจจริงๆ.."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมก็อธิบายไปว่าผมรู้สึกสับสนในหลายๆอย่าง ทำให้ไม่อาจที่จะสู้หน้าเธอได้ เธอก็ตอบผมมาว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เบียร์เป็นแบบนี้ แต่เบียร์ก้อไม่เคยบอกสักทีว่าเป็นอารัยกันแน่"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไร เธอก็ตอบกลับมาอีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถ้าเบียร์จำได้ เบียร์บอกว่าจะไม่เป็นแบบนี้อีก"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเลยบอกเธอไปว่า ผมอยากจะพูดกับเธอ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นเรื่องที่สมควรจะพูดหรือไม่ เธอเลยตอบกลับมาว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ช่างมันเถอะ แต่เค้าไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ใครนะ"&lt;br /&gt;"ถ้าเบียร์จาโกรธใครมาแล้วมาลงที่เค้าล่ะก้อ ผิดคนแล้วหล่ะ"&lt;br /&gt;"บาย"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3 ประโยคที่เข้ามานี้ เล่นเอาผมงงปนเสียใจทีเดียวครับ เพราะเธอคิดได้ยังไงหว่า ว่าผมโกรธคนอื่น แล้วมาลงกับเธอ โดยการหลบหน้าเธอ? เธอจะโกรธผม ผมไม่ว่าอะไรหรอก แต่การที่เธอเข้าใจผมผิดแบบนี้ ผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ดี ถ้าจะจากกัน ขอให้จากกันแบบที่ต่างคนต่างคุยกันได้ น่าจะยังดีกว่า ผมเลยอธิบายสาเหตุไปว่าเธอเข้าใจผิด ตัวผมเอง ไม่เคยคิดที่จะเอาอารมณ์(ที่เกิดจากคนอื่น)มาลงกับเธอเลยสักนิด ผมรู้สึกว่าน้อยใจเธอ แต่ผมเองก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ที่จะน้อยใจเธอ (เพราะสำหรับเธอ ผมคงเป็นแค่อะไรที่ไม่สำคัญ แต่ตรงนี้ไม่ได้บอกเธอ) เธอจะโมโหผมก็ไม่เป็นไร เพียงแต่อย่าเข้าใจผมผิดก็พอ ช่วงเวลาที่พิมพ์นี้ บอกตรงๆว่าใจสั่น มือสั่น น้ำตาจะไหล ไม่คิดว่าเธอจะจบเรื่องในแบบนี้ (ช่วงนี้ผมก็ไปคุยกับเพื่อนผมที่ชื่อกิต กิตให้คำปลอบใจที่ดีมากๆ ขอบคุณกิตไว้ ณ ที่นี้ด้วย ทำให้ผมรู้สึกดีจริงๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สักพักเธอก็ตอบมาครับ "งงไปหมดแล้วค่ะ" ไม่รู้เธองงอะไรของเธอ "-_- ผมเลยสรุปสั้นๆให้เธอฟังว่า ผมไม่เคยที่จะเอาเธอมาเป็นที่รองรับอารมณ์&lt;br /&gt;"แล้วเป็นอารัยอ่ะคะเนี่ย O_o'" ทุกอย่างมันมาจากตัวเราเองนั่นแหล่ะ ผมบอกเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"กุ้มใจอารัยรึป่าวคะ เค้าช่วยได้ไหม เวลาเค้ากุ้มใจ เบียร์ยังปลอบเค้าเลย แล้วเบียร์เป็นแบบนี้จาให้เค้าปล่อยเบียร์ไว้คนเดึยวได้ยังงัยหล่ะคะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ที่กลุ้มใจ ก็เพราะว่ามันเป็นความเห็นแก่ตัวของเราเองแหล่ะ" ผมบอกเธอไป&lt;br /&gt;"แล้วตอนกลางวันหลบเค้าทำมัยหล่ะคะ เค้าหน้าตาเหมือนยักษ์หรอ" ผมตอบเธอไปว่า ผมไม่อยากให้เธอไม่สบายใจ&lt;br /&gt;"แต่ตอนนี้เค้าก้อไม่สบายใจไปแล้วแหล่ะ"&lt;br /&gt;"ผู้ชายนี่เข้าใจยากชะมัดเลย"&lt;br /&gt;"แล้วนี่สรุปโกรธอารัยเค้าป่าวคะเนี่ย"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาถึงตอนนี้ ผมเลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟัง เรื่องที่ผมคิดเอาว่าเธอน่าจะรอผมบ้าง ไหนๆก็นัดกันแล้ว แต่ลงท้ายเธอก็ไปแบบไม่รอผม ผมเองก็ไม่ค่อยพอใจ หลังจากคิดอีกที ผมก็ไม่เห็นความจำเป็นที่เธอจะต้องมารอผม เพราะว่าจริงๆแล้ว เราสองคนก็ไม่ได้กลับทางเดียวกัน พูดเพียงเท่านี้ เธอก็ตอบกลับมาว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อ้อ ตัวเองงอนเรื่องนี้หรอ" เธอสรุปออกมา หลังจากนั้นเธอก็ข้ามเรื่องไปเรื่องต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถ้าวันนี้เค้าไม่ทักไปนี่เบียร์ก้อไม่คิดจะทักเค้าเลยป่ะคะเนี่ย" ผมก็ตอบไปอย่างไม่ปิดบังเลยว่า ผมอยากทักเธอมากๆ อยากคุยด้วย และรู้สึกว่าเหงาที่ไม่ได้คุยกับเธอ (อันนี้เป็นความรู้สึกที่มีอยู่ในขณะนั้นจริงๆ ผมอยากจะบอกว่า "คิดถึง" ด้วยซ้ำไป แต่คำๆนี้ของผม มันคงเบามากในสายตาของเธอ)&lt;br /&gt;"555.. นึกว่าชอบ" ปริศนาธรรมครับ ประโยคนี้ ผมก็ถามเธอไปว่าหมายถึงอะไร เธอก็บอกมาว่า "ช่างมันเหอะค่ะ" และเปลี่ยนหัวข้อสนทนาใหม่เป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นี่ๆ วันนี้อย่ากลับดึกนะคะ สถานการณ์ค่อนข้างม่ะแน่นอน" ขาผมกลับบ้าน ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เพราะทางไม่ไกล ใช้เวลาไม่นาน ผมบอกเธอไปว่าถ้าจะห่วงก็ห่วงเธอนี่แหล่ะ เธอก็ตอบมาว่า "เดี๋ยวนี้เริ่มโปรแล้ว มีนั่งหลับด้วย" (ก่อนนี้เธอจะไม่กล้าหลับ เพราะกลัวนั่งรถเลยป้าย) ผมคิดว่าสบโอกาสแล้ว ที่จะถามความรู้สึกของเธอบ้าง เลยยิงไปว่า ไม่ได้คุยกันหลายวัน นึกถึงผมบ้างไหม (ไม่กล้าใช้คำว่าคิดถึงอ่ะ "-_-) เพราะผมอยากรู้ความในใจของเธอบ้างสักหน่อย ไหนๆ ผมเองก็ตั้งใจที่จะหยุดตัวเองแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถามแปลกๆ เฮะ" เธอตอบมาว่าแบบนี้ครับ เดาได้ร้อยแปดครับ ว่ามันหมายถึงอะไร "ถามแปลกๆ ก็คิดถึงสิ" หรือ "ถามอะไรแปลกๆ เพื่อนกันไม่ถามกันหรอก" ผมไม่รู้จะเดายังไง เลยกะว่าจะถามเธอไปตรงๆ แต่เธอก็ขอเวลานอกด้วยการขอตัวไปห้องน้ำ แล้วเธอก็ไม่ได้มาคุยกับผมอีก จนเธอกลับบ้านไป(ตอนไหนก็ไม่รู้ ไม่ได้บอกผม สงสัยว่าคงกลัวผมตามไปมั้ง แต่ก็ดี เพราะยังไงผมก็ไม่ไปส่งเธออีกแล้ว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเอง จะพยายามถอยตัวเองออกมา เผื่อจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวอีก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5249413055652597686-6299343539248617527?l=blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/feeds/6299343539248617527/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5249413055652597686&amp;postID=6299343539248617527' title='5 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/6299343539248617527'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/6299343539248617527'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/2007/05/2.html' title='ใจของฉันกับวันของเธอ 2'/><author><name>blackheart</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15177066885377680263</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5249413055652597686.post-6448333629481165138</id><published>2007-05-30T13:51:00.000+07:00</published><updated>2007-05-30T13:51:47.097+07:00</updated><title type='text'>ใจของฉันกับวันของเธอ</title><content type='html'>วันนี้ ถือว่าเป็นวันสำคัญวันนึงของประเทศเรา เนื่องจากว่าเป็นวันที่ประกาศตัดสินยุบพรรคการเมืองใหญ่ๆ ของประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และในวันนี้ ก็ถือว่าเป็นวันสำคัญของผมด้วยเช่นกัน เนื่องจาก ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่เตรียมทำใจอยู่เป็นนานสองนาน เรื่องของเธอ วันนี้ผมก็พร้อมที่จะเปิดโปรแกรมแชทของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยอมรับครับ ว่าใจผม หวังลึกๆ ในใจ ที่จะให้เธอแชทมาหาผม อยากให้เธอถามมาบ้างสักนิดว่าเป็นยังไง ทำไมหายไปหลายวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาไหลไปอย่างเชื่องช้า จนตอน 10 โมงตรง หน้าจอของผมก็กระพริบว่ามีข้อความจากเธอเข้ามา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินาทีนั้น ใจหนึ่งอยากจะเปิดอ่าน แต่อีกใจก็คิดว่าไม่เปิดจะดีกว่า บางคนอาจจะงง แต่จริงๆแล้ว ผมชอบหนีปัญหาแบบนี้แหล่ะ หลายๆคนเตือนผมแล้วว่ายังไงมันเป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญ หลบเลี่ยงไปก็หนีไม่พ้น ดังนั้นเมื่อมันเข้ามา ก็ไม่ควรที่จะหลบ จึงตัดสินใจเปิดอ่านครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"Zzz.. Sleepy?"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอส่งมาแบบนี้ ผมเองก็อ่าน แต่ไม่ได้ตอบอะไรเธอกลับไป เลยปิดหน้าต่างแชทไป และเข้าประชุม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนเที่ยง หัวหน้าชวนออกไปกินข้าวเร็วกว่าปกตินิดหน่อย ซึ่งเป็นเวลาประมาณกับที่ปกติ เธอจะออกไปข้างนอก ซึ่งผมก็คิดครับ ว่าอาจจะเจอกับเธอโดยบังเอิญในลิฟต์ แต่โลกมันคงไม่กลมแบบนั้นหรอกมั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็เจอจริงๆครับ ตอนที่ประตูลิฟต์เปิดออก ผมเห็นเธอยืนอยู่ข้างในนั้นคนเดียว (ไม่มีเพื่อนเธอลงมาด้วย ปกติเธอจะลงไปกับเพื่อนๆ ที่แผนก) วันนี้เธอใส่ชุดสีขาวชุดที่ทำให้ผมขนานนามเธอว่าเป็น "นางฟ้า" แว่บแรกที่เห็นนั้น ใจที่เริ่มชาด้าน กลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างประหลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ว่าผมจะรู้สึกยังไงกับเธอในตอนนี้ แต่วินาทีนั้น สิ่งที่ขาดหายไป กลับเหมือนได้รับการเติมเต็ม อยากเข้าไปหาเธอ อยากคุย อยากได้ยินเสียงเธอ อยากรู้ความเป็นไปของเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ผมก็ตัดสินใจที่จะถอยตัวเองออกมา และลงลิฟต์ตัวอื่นแทน ผมจำเป็นต้องทำ เพราะผมตัดสินใจแล้วว่าจะถอยห่างออกมาจากเธอ แม้ว่าใจจะอยากเจอเธอขนาดไหนก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมลงลิฟต์ตัวต่อมาพร้อมกับน้องในทีมอีกคนหนึ่ง พอลงมาถึงข้างล่าง ก็เห็นเธอยืนคุยโทรศัพท์อยู่ ดีว่าน้องผมเดินอยู่ด้านข้างในลักษณะที่บังตัวเธอไว้ ผมเลยเดินออกมาโดยไม่ได้สนใจว่าเธอจะมองเห็นผมหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความทรมานใจมันเป็นเช่นนี้เอง การที่เรารู้สึกดีกับคนๆนึงมาก แต่ต้องตัดใจ ทั้งๆที่เรานึกถึงคนๆนั้นอยู่เกือบทุกขณะจิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถามไถ่ทั่วหล้า&lt;br /&gt; ว่ารักนั้นเป็นฉันท์ใด&lt;br /&gt; จึงมอบให้แก่กันด้วยชีวิต&lt;br /&gt; วิหคบินคู่เคียง&lt;br /&gt; จากดินอุดรสู่ฟ้าทักษิน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลีหมกโช้ว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5249413055652597686-6448333629481165138?l=blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/feeds/6448333629481165138/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5249413055652597686&amp;postID=6448333629481165138' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/6448333629481165138'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/6448333629481165138'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/2007/05/blog-post_30.html' title='ใจของฉันกับวันของเธอ'/><author><name>blackheart</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15177066885377680263</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5249413055652597686.post-6460792183451795253</id><published>2007-05-29T09:42:00.000+07:00</published><updated>2007-05-29T09:42:10.847+07:00</updated><title type='text'>วันที่ไม่มีเธอ</title><content type='html'>นับจากวันศุกร์ที่ผ่านมา วันนี้ก็เป็นวันที่ 5 แล้ว ผมไม่ได้คุยกับเธออีกเลยหลังจากวันนั้น แต่การที่ไม่ได้เจอ ไม่ได้คุยกับเธอเลยในเวลาที่ผ่านมา จะว่านานก็นาน จะว่าไม่นานก็ไม่นาน เพราะอะไรเหรอครับ? ผมอยู่กับเธอที่อยู่ในใจของผมมาตลอด เธอในตอนที่เป็นนางฟ้าของผม เพ้อฝันจริงๆเลยนะนี่ "-_-&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อคืนก่อน ผมมีโอกาสได้คุยกับพี่อีกคนที่สนิทกัน ตามประสาคนที่ชอบเล่าเรื่องของตัวเองครับ ก็เลยเล่าเรื่องของเธอให้พี่เขาฟัง เหตุที่นำมาเล่าเพราะว่าพี่เขามีความคิดเห็นที่ต่างจากคนอื่น พี่เขามองในมุมที่ว่ายังไม่ควรที่จะถอยออกมา เนื่องจากดูแล้วชัยชนะไม่น่าจะเกินเอื้อม หากมีความพยายาม ผมเข้าใจความรู้สึกของพี่เขาว่าเขาคิดยังไง ตัวผมเอง ใจนึงก็ไม่อยากที่จะถอย แต่น้ำที่หล่อเลี้ยงใจของผมในตอนนี้ มันแทบจะเหือดแห้งไปหมดแล้ว แม้ว่าเธอ ซึ่งเป็นผู้ที่ตัดท่อน้ำเลี้ยงนี้จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม คนเรา หากกำลังใจไม่มี มันก็เหมือนกับการที่ "ตายไปแล้ว" นั่นแหล่ะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การที่เราไม่รู้อะไรเลยในบางเรื่อง มันอาจจะดีกว่าฉันใด การไม่เปิดดูว่าเธอออนไลน์อยู่หรือเปล่าก็เป็นการดีกว่าฉันนั้น เมื่อวานเธอไม่ได้แชทมาหาผมเลยตั้งแต่เช้าจนเย็น ช่วงเย็นก่อนผมออกจากที่ทำงาน ผมก็ไม่ได้ทักเธอไป เพราะถ้าเกิดว่าเธอมาทำงาน แต่เธอไม่ได้คุยกับผมเลย มันคงทำให้ผมรู้สึกแย่ลงไปอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้เธอจะรู้สึกอะไรบ้างไหมกับสิ่งที่เกิดขึ้น ใจผมได้แต่ภาวนาให้เธอไม่รู้สึกอะไร เพื่อให้น้ำเลี้ยงที่ใกล้จะเหือดแห้ง มันแห้งเหือดไป เพราะนั่นหมายถึงผมจะสามารถเดินออกไปจากเธอได้แบบที่ไม่ต้องหันกลับมามองเธออีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สำหรับมนุษย์แล้ว นางฟ้าคงเป็นสิ่งที่ไม่อาจเอื้อม&lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5249413055652597686-6460792183451795253?l=blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/feeds/6460792183451795253/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5249413055652597686&amp;postID=6460792183451795253' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/6460792183451795253'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/6460792183451795253'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/2007/05/blog-post_29.html' title='วันที่ไม่มีเธอ'/><author><name>blackheart</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15177066885377680263</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5249413055652597686.post-7451522842305318770</id><published>2007-05-26T09:55:00.001+07:00</published><updated>2007-05-26T09:55:35.676+07:00</updated><title type='text'>ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะพอได้แล้วหรือยัง?</title><content type='html'>อาทิตย์ที่ผ่านมา ตัวผมเองไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกับเธอเืื้ท่าไหร่ เนื่องจากเธอไม่ค่อยว่างงาน คุยกับเธอทางโปรแกรมแชท เธอก็ไม่ค่อยตอบมานัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช้านี้ เธอคุยกับผมมาก่อน เพื่อมาขอยืมเสื้อกันหนาว เพราะวันนี้มีประุชุม ในห้องประชุมน่าจะเย็น ผมเลยเดินเอาขึ้นไปให้เธอ เพราะว่าดูท่าทางเธอน่าจะยุ่ง (ไอ้ผมก็ุยุ่งนา เพียงแต่วันนี้กะว่าจะกลับค่ำๆ ดึกๆ เลยคิดว่าแวะขึ้นไปให้เธอก่อนได้น่ะ) แล้วก็ติด "ชาเขียวโมชิ รสไลฟ์ลี่ฟรุ๊ตตี้" ไปให้เธอลองด้วยอีกขวดนึง (จริงๆ มันไม่มีอะไรที่บอกว่าเป็นชาเขียวเลย หากคุณได้ลองชิม เพียงแต่มันเอาชื่อของ "ชาเขียว" มาปะหน้า เพื่อให้คนซื้อตามกระแสนั่นเอง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเดินขึ้นไปหาเธอที่โต๊ะทำงาน&lt;br /&gt;"อ่ะ เอามาให้แล้วจ้า" ผมบอกเธอ&lt;br /&gt;"ขอบคุณค่ะ" เธอเอาไปคลุมตัวเธอไว้&lt;br /&gt;ผมมองดู วันนี้เธอใส่เสื้อยืดมาสองตัว ตัวในเป็นแบบผูกคอสีฟ้า ตัวนอกเป็นสีขาว&lt;br /&gt;"วันนี้แต่งตัวน่ารักดีนะ" ผมบอกเธอ เพราะรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ที่นี่ ถ้าเป็นวันศุกร์ ทุกคนจะสามารถใส่ชุดสบายๆ มาทำงานได้ (แต่ก็ต้องเป็นชุดสุภาพนะ ไม่ใช่ขาสั้นเสื้อกล้าม)&lt;br /&gt;"มันดูไม่ค่อยสุภาพน่ะ" เธอบอกผม&lt;br /&gt;"แล้วประชุมกี่โมงเหรอ" ผมถามเธอ เพื่อจะได้ไม่แชทไปหาเธอในเวลานั้น&lt;br /&gt;"บ่ายน่ะ งั้นไปก่อนนะ" เธอตัดบท (จริงๆ "ไปก่อนนะนี่ ผมน่าจะเป็นคนพูดนะ")&lt;br /&gt;"อา งั้นไว้ค่อยคุยกัน" ผมไม่รู้จะยังไงต่อ ก็เลยออกมาจากที่นั่น ลงมาทำงานต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงเช้าทั้งช่วง ผมก็ไม่ได้คุยกับเธออีก จนกระทั่งใกล้ๆเที่ยง ชวนเธอคุยนิดหน่อย เพื่อเล่าสภาพอากาศภายนอกให้เธอฟังว่ามันร้อนมากๆๆๆๆ (เดินไปโอนตังค์มา ร้อนมากๆ "-_-) เธอก็ตอบมานิดหน่อย ก่อนที่จะเงียบไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนที่ลงลิฟต์เพื่อไปหม่ำมื้อหลางวัน ผมเจอเธอในลิฟต์ เลยถามเธอว่าไปกินที่ไหนเหรอ เธอก็บอกว่าไม่รู้เหมือนกัน และถามกลับผมมา ผมก็บอกว่าจะไปกินบะหมี่ที่เซ็นทรัล เพื่อนเธอในลิฟต์เลยเปรยๆว่าไปเซ็นทรัลก็ดีเหมือนกัน พอลิฟต์ลงถึงชั้นล่าง ผมก็เลยขอตัวเดินออกมาก่อน เพราะว่าต้องรีบไปจองโต๊ะที่ร้านบะหมี่ก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ่ายสองแก่ๆ ทีมของผมมีประชุม เลิกตอนสี่โมงนิดๆ กลับมาก็เห็นเธอแชทมาหาผม (เดาว่าคงจะมาถามอะไรบางอย่าง) ผมเลยตอบเธอไปว่าเพิ่งกลับมาจากประชุม และปิดหน้าต่างแชทไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประมาณ 5 โมง เธอแชทกลับมาหาผมอีกครั้ง ถามว่ามีอะไรกินไหม พอดีว่าเมื่อวันก่อน ผมเอาปลาทาโร่ออกมาแบ่งน้องๆจนหมดแล้ว เลยไม่มี&lt;br /&gt;"วันนี้ตอนเย็นมีไปไหนหรือเปล่า" ผมถามเธอ&lt;br /&gt;"ทำไมเหรอคะ"&lt;br /&gt;"ถ้าไม่มี เดี๋ยวก็ออกเร็วหน่อยแล้วไปหาอะไรกินไหมล่ะ"&lt;br /&gt;"เพราะถ้าเกิดว่าตะเองมีนัด เดี๋ยวก็คงต้องรีบออก เลยถามดูก่อน" ผมพิมพ์ไปสองประโยคติด โดยที่ไม่มีอะไรตอบกลับมาจากเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครึ่งชั่วโมงต่อมา เธอก็แชทมาหาผมอีกรอบ&lt;br /&gt;"กลับแล้วดีกว่าค่ะ"&lt;br /&gt;"งั้นเดี๋ยวกลับด้วยละกันจ้า" ผมคิดว่าจะชวนเธอไปกินอะไรหน่อยนึง เลยบอกเธอไปแบบนั้น&lt;br /&gt;"เดี๋ยวเอาเสื้อลงไปคืนค่ะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขยายความนิดครับว่า ปกติ ผมไปแวะกินข้้าวกับเธอ จะเป็นพวกร้านข้างทาง ระหว่างทางกลับบ้าน พวกแถวๆ อนุสาวรีย์ หรือสีลมนี่แหล่ะ ผมไม่เคยที่จะชวนเธอไปกินพวกร้านอาหารในห้่างหรอกครับ เพราะรู้ว่าร้านพวกนี้ ใช้เวลาในการกินพอประมาณ มันจะทำให้เธอกลับดึก ผมเกรงใจเธอและไม่อยากกวนเวลาเธอนัก  เพราะบ้านเธออยู่ไกล และส่วนมาก เธอจะปฏิเสธด้วย ประมาณว่าไม่อยากกิน หรืออะไรแนวๆนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องมันก็มาขมวดอยู่ตรงนี้แหล่ะครับ หลังจากเธอบอกว่าจะเอาเสื้อลงมาคืน ผมก็เก็บของเก็บอะไรไปตามเรื่อง และแวะไปล้่างหน้าก่อนด้วย (ปกติเป็นคนหน้ามันมาก ไม่ล้างบ่อยๆ สิวเพียบเลยทีเดียว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาถึงที่โต๊ะทำงาน ก็มีเสื้อของผมวางอยู่ ทีแรกผมคิดว่าเธอนั่งรออยู่ในห้องแพนทรี่ เลยปิดเครื่องก่อน แล้วเดินไปที่ห้อง ก็ไม่เจอเธอ หรือเธอจะอยู่ข้างล่าง? ผมเลยรีบออกมาจากห้องทำงาน มากดลิฟต์ ระหว่างรอลิฟต์ ได้ยินเสียงโทรศัพท์ เป็นเธอโทรมานี่เอง ผมเลยโทรกลับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ประกาศแจ้งคนหายค่า" เธอทักมา&lt;br /&gt;"ตะเองอยู่ไหนแล้วล่ะ"&lt;br /&gt;"เดินถึงเซ็นทรัลแล้วล่ะค่า"&lt;br /&gt;"อ้าวเหรอ"&lt;br /&gt;"ตะกี๊ตอนเอาเสื้อไปคืนไม่เห็นอ่ะ"&lt;br /&gt;"ไม่เป็นไร แล้วนี่ตกลงไปไหนต่อหรือเปล่า"&lt;br /&gt;"คิดว่าคงจะตรงกลับบ้านเลยค่ะ"&lt;br /&gt;"งั้นไปแวะหาอะไรกินก่อนไหม"&lt;br /&gt;"คงไม่ดีกว่าค่ะ"&lt;br /&gt;"แวะแถวอนุสาวรีย์ก็ได้ จะได้กลับไม่ลำบาก"&lt;br /&gt;"เบื่อแล้วอ่ะค่ะ ไปอยู่ทุกวัน"&lt;br /&gt;"หรืองั้นไปสยามไหม"&lt;br /&gt;"ไม่ดีกว่าค่ะ ไม่อยากกลับดึก"&lt;br /&gt;"เอ่อ ..." พูดไม่ออกครับ ช็อตนี้ผม "-_-&lt;br /&gt;"งั้นเดี๋ยวเท่านี้ก่อนนะคะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่รู้จะพูดอะไรเลยครับ เฮ้อ วินาทีนั้นนี่ เจอเรื่องไปหลายเด้งเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือผมอาจจะเห็นแก่ตัวเองก็ได้นะครับ ที่รู้สึกว่าเธอน่าจะรอผมสักนิด เพราะไหนๆ ผมก็บอกเธอแล้วว่าผมจะกลับกับเธอ (ซึ่งจริงๆ ทุกทีผมก็ทำได้แค่เดินไปส่งเธอที่สถานีรถไฟฟ้า เพราะผมกลับรถใต้ดินอ่ะ) ซึ่งถ้าเธอรอผมสักนิด มันใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีหรอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องกินข้าวก็เหมือนกัน จริงๆ เห็นเธอบ่นว่าหิว เลยอยากชวนเธอไปกิน ก็เท่านั้นครับ แต่ฟังเธอพูดแล้ว เหมือนกับตัวผมเองไปก่อความรำคาญให้เธอมากกว่า เวลาผมชวนเธอไปไหน ผมมักจะชวนในลักษณะเป็นการต่อยอดออกไปมากกว่าครับ เพราะเคยชวนเธอตรงๆ เธอก็ไม่ปฏิเสธตรงๆ แต่ใช้การเบี่ยงๆไป ทำให้ผมรู้ตัวเองมากกว่าว่าเธอปฏิเสธ จนหลังๆ ผมไม่เคยที่จะชวนเธอไปไหนก่อนเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมรู้ ว่าเธอพูดและทำออกมาแบบนี้ เธอคงไม่ได้คิดอะไรหรอกครับ แต่สิ่งที่เธอพูดกับผมนี่ เหมือนเป็นการที่เธอเอามีดแทงมาที่ผม แล้วก็คว้านจนปากแผลมันกว้างขึ้นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท้ายสุด ผมก็คงได้แต่ "ทำใจ" และลดบทบาทตัวเองออกมาเป็น "เพื่อนทั่วๆไป" ของเธอคนนึง คงจะทำให้ผมเจ็บน้อยกว่านี้ แม้ว่าก่อนนี้ ทุกอย่างจะดูดี แต่จริงๆแล้ว มันก็คงเป็นเพียง "สายลมวูบหนึ่ง" ที่พัดมา และพัดไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอให้เธอโชคดี&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5249413055652597686-7451522842305318770?l=blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/feeds/7451522842305318770/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5249413055652597686&amp;postID=7451522842305318770' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/7451522842305318770'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5249413055652597686/posts/default/7451522842305318770'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blackheart-theonewhoseheartisblack.blogspot.com/2007/05/blog-post.html' title='ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะพอได้แล้วหรือยัง?'/><author><name>blackheart</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15177066885377680263</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry></feed>
